5 เคล็ดลับความแข็งแกร่ง

ออกกำลังกายช่วยได้เยอะมาก

หลายคนสงสัยว่าผมทำอะไรหลายอย่างได้ยังไง ทั้งงานที่ออฟฟิศที่ยุ่งมาก มีหลายทีมที่ต้องดูแล ทั้งบ้าน Homestay สองหลังที่ขายบน airbnb ทั้งโปรเจคฟ้าธานีที่กำลังจะเปิดตัว ทั้งยังต้องดูแลครอบครัวและลูกอีกสามคน ทั้งยังชอบปาร์ตี้เป็นประจำแทบจะทุกค่ำคืน

ผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน วันนี้ก็เลยลองมานั่งทบทวนดูว่าเราทำอะไรบ้างเพื่อจะเป็นได้อย่างทุกวันนี้

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ - อันนี้ผมคิดว่าสำคัญเพราะเราใช้ร่างกายเยอะและหนักหน่วงมาก การปั่นจักรยานช่วยทั้งเรื่องสุขภาพและช่วยให้คิดอะไรใหม่ๆได้ ระหว่างที่ปั่นเราจะอยู่กับตัวเอง ได้ทบทวนความคิด หลายไอเดียที่ใช้ในงานก็มาจากการปั่นจักรยานนี่แหละ แถมยังได้สุขภาพด้วย ผมคิดว่าระยะเวลาและระยะทางที่เหมาะสมคือ ต้องไม่น้อยกว่า 1.30 ชม. และระยะทางไม่น้อยกว่า 30 กม.

2. อ่านหนังสือเป็นประจำ - การอ่านหนังสือเหมือนเป็นการให้อาหารกับสมอง สมองของคนเราก็ต้องการอาหารเช่นเดียวกับร่างกาย สมองของมนุษย์ใช้พลังงานสูงมากในการประมวลผล ผมซื้อหนังสืออย่างน้อยเดือนละหนึ่งเล่ม และพยายามจะอ่านหนังมือให้จบเดือนละสองเล่ม ถ้าเป็นไปได้อยากจะอ่านให้จบอาทิตย์ละหนึ่งเล่ม ตอนนี้กำลังอ่าน Sapiens อยู่สนุกมากแต่ก็หนามากเช่นกัน

3. ตื่นนอนตรงเวลา - อันนี้เป็นข้อที่หลายๆคนตกม้าตาย แต่มันเป็นเรื่องของการฝึกวินัยให้กับตัวเอง เมื่อตัวเรามีวินัยในเรื่องหนึ่งแล้วมันก็จะพัฒนาไปสู่การมีวินัยในเรื่องอื่นๆ การนอนก็เช่นเดียวกับการกิน คือมันสามารถฝึกได้ ถ้าเราสามารถฝึกตัวเองให้กินน้อยๆได้ เราก็สามารถฝึกตัวเองให้นอนน้อยๆได้เช่นกัน (อย่านอนน้อยเกินไป ควรนอนอย่างน้อย 5-6 ชม. ต่อวัน เดี๋ยวหัวใจจะล้มเหลวไปซะก่อน)

4. กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ - ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาจนถึงเวลาค่ำ ผมจะกินแต่อาหารที่ค่อนข้างจะ Healthy อันนี้ภรรยาและน้องๆที่ออฟฟิศรู้ดี เช้ามาผมจะดื่มน้ำเปล่า (ไม่แช่เย็น) ก่อนเลย 2-3 แก้ว อาหารเช้าก็จะเป็นโจ๊ก ไข่ลวก หรือไม่ก็สลัดและก็กาแฟหนึ่งแก้ว มื้อเที่ยงก็จะเป็นสลัด กล้วยกับโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ก๋วยเตี๋ยวปลา ถ้าไปกับน้องๆก็จะกินส้มตำไก่ย่าง มื้อเย็นส่วนมากจะไม่ค่อยกิน ถ้ากินก็กินน้อย เน้นกินผักมากกว่ากินเนื้อ เช่น หมูย่างหนึ่งคำต่อผักสองคำอะไรแบบนี้

5. อารมณ์ดีอยู่เสมอ - ข้อนี้ผมว่าสำคัญ คนส่วนมากทุกวันนี้เครียดเกินไป ทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเครียดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่ก็ยังเครียดอยู่ดี ที่ผมอารมณ์ดีส่วนหนึ่งคงเพราะแวดล้อมไปด้วยคนที่อารมณ์ดี มีทัศนคติที่ดี และผมมีลูกผมก็อยากส่งต่อความเป็นคนอารมณ์ดีให้ลูกด้วย ทำตัวบ้าๆบอๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องยึดถือกับยศกับตำแหน่ง คิดว่าอะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ใช้ชีวิตให้เหนือกฎเกณฑ์ใดๆที่มันบังคับเราหรือที่เราเอาตัวเองไปให้มันบังคับ

ก็ประมาณนี้กับเคล็ดลับความแข็งแกร่งของผม ลองเอาไปปรับใช้กับชีวิตกันดูนะครับ
5 itong2go: 2018 ออกกำลังกายช่วยได้เยอะมาก หลายคนสงสัยว่าผมทำอะไรหลายอย่างได้ยังไง ทั้งงานที่ออฟฟิศที่ยุ่งมาก มีหลายทีมที่ต้องดูแล ทั้งบ้าน Homestay สอง...

[รีวิวหนังสือ] อีลอน มัสก์

อย่าเรียกว่ารีวิวหนังมือเลย เรียกว่าบรรยายความรู้สึกหลังอ่านจบดีกว่า

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักอีลอน มัสก์ ผู้คนต่างตั้งฉายาให้เขาว่า Iron Man ในชีวิตจริง เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นมันล้ำและดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้

ผมเจอเล่มนี้ที่ร้านนายอินทร์ พลิกอ่านปกหลังแล้วก็ซื้อทันที ปกหน้ายังมีตราประทับด้วยว่า New York Times Best Seller พอกลับถึงบ้านก็อ่านเลย หนังสือค่อนข้างหนาน่าจะถึง 300 หน้า เล่มนี้ผมอ่านจบในอาทิตย์เดียว

หนังสือเขียนโดย แอชลีย์ แวนซ์ นักข่าวของ New York Times ที่เฝ้าเพียรพยายามของความร่วมมือจากมัสก์ให้ช่วยในการเขียนหนังสือเล่มนี้ ซึ่งในตอนแรกมัสก์ปฏิเสธ แต่ตอนหลังก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี

หนังสือดีตรงที่ไม่ได้สัมภาษณ์มัสก์คนเดียว แต่ไปถามหมดทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งเมียเก่า เมียใหม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน อดีตเพื่อนร่วมงาน เพื่อนๆของมัสก์ ทำให้เราเห็นว่ามัสก์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้มีทั้งคนรักเยอะและก็มีคนเกลียดเยอะเช่นกัน คนรักก็รักมาก คนเกลียดก็เกลียดเข้าไส้เลยทีเดียว

อ่านจนจบพบว่าหนังสือดีมาก ทุกคนควรอ่านเลยล่ะ มันคือชีวประวัติชีวิตของชายคนที่จะพลิกชีวิตของมนุษยชาติ (มัสก์หวังไว้แบบนั้น) เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก และที่มันเจ๋งคือมัสก์ยังไม่ตาย เราไม่ได้อ่านเรื่องของคนที่ตายแล้ว เราอ่านเรื่องของคนเป็นๆที่กำลังมุ่งมั่นจะส่งคนไปตั้งอาณานิคมที่บนดาวอังคาร และมัสก์ตั้งใจให้มันสำเร็จในชั่วชีวิตของเขาเสียด้วย

สุดยอด ไปหาอ่านเถอะครับ 10/10
5 itong2go: 2018 อย่าเรียกว่ารีวิวหนังมือเลย เรียกว่าบรรยายความรู้สึกหลังอ่านจบดีกว่า นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักอีลอน มัสก์ ผู้คนต่างตั้งฉายาให้เขาว่า I...

[รีวิวหนังสือ] - อย่างน้อยที่สุด ชีวิตและแนวคิดของเป็นเอก รัตนเรือง โดยวรพจน์ พันธุ์พงศ์

อย่างน้อยที่สุด

หนังสือเกี่ยวกับอะไร

เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตและแนวคิดในการใช้ชีวิต การทำงาน การทำหนังของเป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับหนังรางวัลระดับโลก เล่าเรื่องราวตั้งแต่ชีวิตวัยเด็ก วัยเรียน การไปเรียนเมืองนอก ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ความคิด ความเชื่อในแต่ละช่วงของชีวิต รวมถึงแนวคิดทางการเมืองในตอนนั้นด้วย

หนังสือนี้น่าสนใจตรงไหน

น่าสนตรงที่เป็นเอกมีแนวคิดที่ชัดเจนมากในหลายๆสิ่ง โดยเฉพาะกับความที่ต้องการให้อะไรมันน้อยที่สุด คือเป็นคนไม่เยอะเป็นคนชอบความน้อย แม้แต่ถ่ายหนังก็ไม่ถ่ายเผื่อและต้องการตัดต่อน้อยที่สุดเพราะอยากให้หนังออกมาบริสุทธิ์ที่สุด เป็นคนที่จริงใจกับความน้อยมากๆ

อ่านจบแล้วได้อะไร

ได้รู้จักแนวคิดของคนเก่งมากๆคนนึง ได้รู้ว่าคนที่เขาทำงานระดับโลกนั้นเขาคิดยังไง ทำงานยังไง หนังสืออ่านสนุกเพราะเรียบเรียงและสัมภาษณ์โดยมือสัมภาษณ์อันดับหนึ่งของประเทศไทย คุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ยิ่งอ่านยิ่งได้คิดอะไรๆใหม่ๆ

สรุป

เป็นหนังสือที่ผมอ่านหลายรอบมากที่สุดในรอบหลายปีมานี้ อ่านจนเยินไปหมดปกขาดเสียหายแถมยังทำหายอีกเพราะพกไปไหนมาไหนด้วย สุดท้าย ไปเจอของเพื่อนเล่มนึงเพื่อนยกให้ผม ผมดีใจมากได้ครอบครองและอ่านมันอีกครั้งนึง

ใครที่ทำงานสายครีเอทีฟ สายคอนเทนท์ควรอ่านอย่างยิ่ง มันอาจช่วยเร่งสปีดความก้าวหน้าในอาชีพของคุณได้เลย เหมือนที่เป็นเอกเขาเคยสปีดขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการครีเอทีฟมาแล้ว

คะแนน

9.5/10 หักออก 0.5 เพราะจบเร็วไปนิด ยังไม่สะใจยังอยากอ่านต่ออีก ขอเรียกร้องให้มีภาคต่อ
5 itong2go: 2018 อย่างน้อยที่สุด หนังสือเกี่ยวกับอะไร เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตและแนวคิดในการใช้ชีวิต การทำงาน การทำหนังของเป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับห...

ทำไมแนวทางการลงทุนด้วยหุ้นปันผลถึงน่าสนใจสำหรับคนที่วางแผนการเงินระยะยาว

การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

มหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น

เคยได้ยินเรื่องความมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้นกันมั้ยครับ ผมเสียดายมากที่ตอนเราเป็นเด็กไม่มีใครสอน พ่อแม่ก็ไม่สอน โรงเรียนก็ไม่สอน มหาลัยก็ไม่สอน ความรู้ด้านการเงินของเราถึงอ่อนแอขั้นสุด หาเงินไม่เป็น เก็บเงินไม่ได้ แต่ใช้จ่ายเก่งมาก

หาเงินให้ได้ก่อนค่อยเริ่มเก็บเงิน

ก่อนจะไปเรื่องเก็บเงิน เราจะต้องหาเงินให้ได้ก่อน จากนั้นกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินเก็บ เงินที่เหลือก็วางแผนใช้ให้พอ ถึงจะเข้าสู่สเต็ปของการเก็บเงินและลงทุนต่อไป ใครยังไม่รู้จะหาเงินยังไงง่ายๆเลยคือ ขายแรงงานครับ เอาแรงเราไปแลกกับเงิน ถ้าเก่งหน่อยก็ขายความคิดขายมันสมองแลกเงิน เอาที่แต่ละคนถนัดเลย

เริ่มการลงทุนแบบดอกเบี้ยทบต้น (หรือจะปันผลทบต้นก็ได้)

ปกติแล้ว ถ้าเราเอาเงินไปฝากธนาคาร สมมุติฝาก 100,000 บาท ดอกเบี้ย 8% ต่อปี พอสิ้นปีมาเราก็จะได้ดอกเบี้ย 8,000 บาท ถ้าเราเอาเงินแปดพันนี้ไปใช้ เงินต้นก็จะเหลือเท่าเดิมคือ 100,000 บาท ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะมีเงินแสนบาทเท่าเดิมกับว่าได้ใช้ดอกเบี้ยทุกปีๆละแปดพัน

แต่ถ้าเราเอาดอกเบี้ยที่ได้รับตั้งแต่ปีแรก มาเติมเข้ากับเงินต้น ก็จะทำให้เงินต้นเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เราได้รับดอกเบี้ยในปีต่อๆไปเพิ่มขึ้นทุกๆปีด้วย ตัวอย่างตามนี้

ปีที่ 01 >> เงินต้น 100,000 บาท , ดอกเบี้ย 8,000 บาท
ปีที่ 02 >> เงินต้น 108,000 บาท , ดอกเบี้ย 8,640 บาท
ปีที่ 03 >> เงินต้น 116,640 บาท , ดอกเบี้ย 9,331 บาท
---
ปีที่ 10 >> เงินต้น 199,900 บาท , ดอกเบี้ย 15,992 บาท
---
ปีที่ 20 >> เงินต้น 431,570 บาท , ดอกเบี้ย 34,526 บาท
---
ปีที่ 30 >> เงินต้น 931,727 บาท , ดอกเบี้ย 74,538 บาท
---
ปีที่ 40 >> เงินต้น 2,011,530 บาท , ดอกเบี้ย 160,922 บาท
---
ปีที่ 50 >> เงินต้น 4,342,742 บาท , ดอกเบี้ย 347,419 บาท
---
ปีที่ 60 >> เงินต้น 9,375,654 บาท , ดอกเบี้ย 750,052 บาท
(ขอบคุณข้อมูลจาก https://storylog.co/story/573aedf0b3212a4a6b31cdd9)

จะเห็นได้ว่าเมื่อถึงปีที่ 60 จากเงินต้นเพียง 100,000 บาทในปีแรกกลายเป็นเงินเกือบสิบล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 100 เท่าโดยที่ไม่ได้มีการเพิ่มเงินต้นอื่นๆเข้าไปเลย เพิ่มเข้าไปเฉพาะดอกเบี้ยที่ได้รับเท่านั้น

ประเด็นคือ มันจะเร็วกว่านี้มาก ถ้าในระหว่างทางเราเพิ่มเงินต้นเข้าไปด้วย ดอกเบี้ยเราก็จะได้เพิ่ม และส่งผลให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

แล้วอะไรที่ให้ผลตอบแทน 8% ตามตัวอย่าง

ดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 0.25% ส่วนฝากประจำก็อยู่ราวๆ 2-3% ดอกต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้คงต้องรอชีวิตหลังความตายกว่าจะไปถึงเป้าหมาย ดังนั้น เราก็ต้องหาความรู้ว่ามีวิธีอื่นมั้ยที่ให้ดอกเบี้ยมากกว่านี้

ถามว่ามีมั้ย มีครับแต่ความเสี่ยงมันก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น

- หุ้นปันผล ถ้าหาดีๆในตลาดตัวที่คุณภาพดีกิจการน่าเชื่อถือระหว่าง 5-7% ก็มีเยอะให้เลือก แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องราคาหุ้นขึ้นลงให้ได้ อันนี้ก็ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อลดความเสี่ยง

- กองทุนหุ้นปันผล มีมากมายหลายกองให้เลือกที่ปันผลระหว่าง 8-10% เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูหุ้นด้วยตัวเอง ก็ให้ผู้จัดการกองทุนเขาจัดการไป แลกมาด้วยการเสียค่าธรรมเนียมมากหน่อย

- ทองคำ อันนี้ไม่ถนัดแต่รู้ว่าเขาก็ลงทุนกัน

- อสังหาริมทรัพย์ ที่ดินทำเลดีสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในเวลาไม่นาน อันนี้ผมก็ไม่ค่อยถนัดเหมือนกัน บางกรณีการเช่าระยะยาวก็คุ้มค่ากว่า

สรุป

ถ้าเริ่มลงทุนตั้งแต่ยังเด็ก และใช้วิธีการดอกเบี้ยทบต้น ลูกหลานเราก็สามารถมีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุ 30 ปลายๆหรือสี่สิบปีกันได้เลย มีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลานกันเถอะครับ
5 itong2go: 2018 การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ มหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น เคยได้ยินเรื่องความมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้นกันมั้ยครับ ผมเส...

รวบรวมบล๊อกที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงลูกมาไว้ในโพสเดียว

ขอบคุณภาพประกอบดาวน์โหลดได้ฟรีจาก pixarbay.com

หลายปีมานี้ผมเขียนบล๊อกเกี่ยวกับแนวทางการเลี้ยงลูกของบ้านเราไว้หลายตอน หลังจากนั้นก็เขียนเรื่องอื่นสลับกันไปมา รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รวบรวมไว้ให้อยู่ในที่เดียวจะได้อ่านง่ายสำหรับคนที่สนใจ วันนี้รวบรวมมาให้แล้วครับ

เรื่องจะไม่ได้เรียงเป็นหมวดหมู่แต่จะเรียงตามลำดับเวลา โดยเรื่องแรกจะเป็นเรื่องที่ผมเขียนครั้งแรกไล่ไปจนถึงเรื่องล่าสุด รวมทั้งสิ้น 18 เรื่องนะครับลองอ่านกันดู

เด็กกับทีวี


การเลือกโรงเรียนให้ลูก


ลูกชายขึ้น ป.1 วันแรก


ลูกยิ่งโตขึ้น พ่อแม่ก็ยิ่งต้องปรับตัว


ไอเดียใช้เวลากับลูกวันหยุดสุดสัปดาห์


The way we let our children play - การเล่นของลูก


พาลูกเลี้ยงช้าง - Children and Elephant


ปิดเทอมแสนสนุก


ทำไมต้อง การศึกษาทางเลือก (1)


ทำไมต้อง การศึกษาทางเลือก (2)


ทำไมต้อง การศึกษาทางเลือก (3)


โรงเรียนลูกผมให้เด็กประถมเดินป่า


5 ปีที่ไม่ดูทีวี มีผลกระทบอะไรบ้าง


ไอเดียหาอะไรให้ลูกเล่นที่บ้านง่ายๆ


[การเลี้ยงลูก] เมื่อวันที่เรายกทีวีออกจากบ้าน


ในยุคนี้จะเลี้ยงลูกให้ปราศจากอาการติดหน้าจอทั้งหลายได้อย่างไร


เกมเศรษฐี ทางเลือกการใช้เวลาว่างที่ดีสำหรับเด็ก


แนะนำกิจกรรมดีๆสำหรับเด็ก เรียนว่ายน้ำตอนเย็นที่สนามกอล์ฟลานนา

5 itong2go: 2018 ขอบคุณภาพประกอบดาวน์โหลดได้ฟรีจาก pixarbay.com หลายปีมานี้ผมเขียนบล๊อกเกี่ยวกับแนวทางการเลี้ยงลูกของบ้านเราไว้หลายตอน หลังจากนั้นก็เขีย...

อัพเดทอุปกรณ์และโปรแกรมที่ผมใช้ในการทำงานในแต่ละวัน

งานที่ผมทำ

ผมทำงานเป็น CEO อยู่ที่ รีวิวเชียงใหม่ เป็นสื่อออนไลน์แนวไลฟ์สไตล์นำเสนอข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์รวมกันทุกช่องทางประมาณ 650,000 Followers (21/8/61) บริษัทมีพนักงานทั้งสิ้น 8 คนรวมตัวผมด้วย ผมเน้นการบริหารโดยใช้แนวทางแบบ Start Up ในการทำงาน คือเน้นไว เน้น Lean เน้น Clean งานต้องมีระบบ ต้องวัดผลได้ สามารถปรับปรุงแก้ไขได้รวดเร็ว และสามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ที่มีอินเตอร์เน็ต (Remote Work)

เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน

- Mac Book Air

ของเรารุ่นนี้ฮะ

ของเราเป็นรุ่น Mid 2013 ปีนี้ 2018 แล้วก็ยังไม่มีปัญหางอแงใดๆ เมื่อก่อนเคยใช้ Mac Book Pro แต่พบว่ามันหนักเกินไป แถมงานของเราก็ไม่ได้ต้องการสเป็คแรงอะไรมาก ประกอบกับ OS ของแมคเสถียรมากแทบจะไม่เคยค้างเลย (แต่ก็มีบ้างกรณีที่เปิดเครื่องไว้หลายๆวัน) กับไม่มีปัญหาต้องกังวลเรื่องไวรัสทำให้เราโฟกัสไปที่งานที่เราทำได้เลย ไม่ต้องสนใจโปรแกรมจุกจิก

- หูฟัง BOSE SoundTrue

ภาพจาก https://www.rtings.com/headphones/reviews/bose/soundtrue-around-ear-ii

ที่จริงงานของเราไม่เกี่ยวกับเสียงหรือการตัดต่ออะไร หูฟังนี้ใช้ฟังเพลงล้วนๆเลย โดยเวลาทำงานเรามักไปนั่งตาม co-working space ที่ต่างคนต่างนั่งทำงานไม่ยุ่งกัน ใส่หูฟังเปิดเพลงและลุยงานของตัวเองไปเลย หูฟังนี้เสียงดีมาก ราคาขายบน amazon.com อยู่ที่ $139 หรือประมาณ 4,600 บาท แต่เราไม่ได้ซื้อเองหรอก ลูกน้องไปงานอะไรสักอย่างแล้วจับฉลากได้แล้วเอามาให้เรา ใช้มาได้สักปีนึงแล้วติดใจนะ

แอพ/โปรแกรมต่างๆ

- G Suit, Google Drive, Calendar

โปรแกรมย่อยต่างใน G Suit

อันนี้เป็นด่านแรกของคนที่เข้ามาทำงานที่บริษัท เราก็จะ Set Up Account ให้ก่อนเลยแล้วให้ใช้ Account ของออฟฟิศในการสื่อสาร/ทำงานเท่านั้น หลักๆที่ใช้เยอะก็จะเป็นพวก Document, Email, Calendar, Drive เอาไว้ Sync งานกัน ส่วนตัวเราใช้ Calendar กับ Email เยอะกว่าอย่างอื่น

- Trello

แบ่งงานออกเป็นการ์ดต่างๆ

Trello เอาไว้ช่วยจัดการงานต่างๆตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ โดยจะแบ่งงานออกเป็นการ์ดย่อยต่างๆ แล้วเราก็มุ่งทำงานในการ์ดให้เสร็จเป็นการ์ดๆไปจนเสร็จหมดทุกการ์ด เหมาะกับงานที่มีลักษณะเป็นโปรเจคและต้องแบ่งงานกันทำ ส่วนงานที่เป็นงานที่ต้องทำไปเรื่อยๆก็ใช้ได้เหมือนกัน มันช่วยให้เราติดตามความคืบหน้าของงานแต่ละงานได้ง่าย ผ่านการอัพเดทในตัวการ์ดแต่ละการ์ด

- Slack

หน้าตาโปรแกรมเห็นแล้วนึกถึงโปรแกรม Pirch สมัยก่อนที่มีแต่ข้อความเต็มไปหมด

Slack มันก็คือโปรแกรมแชทนั่นแหละ เอาไว้สื่อสารกันในทีม ดูจะเหมาะกับบรรดาโปรแกรมเมอร์มากกว่าพวกครีเอทีฟ โดยเราสามารถสร้างห้อง/ทีมต่างๆขึ้นมาแล้วเพิ่มสมาชิกในทีมเข้าไปในแต่ละ channel ได้ มีระบบ chat-bot เอาไว้คอยสั่งให้ตั้งเตือนต่างๆได้ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ Slack สามารถเชื่อมต่อกับ Trello ได้ เมื่องานใน Trello มีความเคลื่อนไหว/อัพเดท ก็สามารถตั้งให้แจ้งเตือนให้เรารู้ผ่าน Slack ได้ทันที

- Workplace/ Workplace Chat

Workplace by Facebook

ถ้าสงสัยว่ามันคืออะไร คำตอบก็คือ มันคือ Facebook เวอร์ชั่นใช้ในองค์กรนั่นเองที่จะมีทั้งระบบ Feed และระบบ Chat เหมือนกับ Messenger ข้อดีคือ พนักงานชอบเพราะคุ้นเคยกับ Facebook กันดีอยู่แล้ว เหมาะกับ Creative Content ที่จะโพสทดสอบงานของตัวเองก่อนจะไปโพสจริงบน Fan Page

การจะใช้ Workplace ได้จะต้องมีโดเมนเนมจริงของบริษัทก่อน เพราะระบบไม่อนุญาตให้ใช้ฟรีอีเมล์ทั่วไปสมัครได้ และคนที่เราจะเพิ่มเข้าไปใน Workplace ก็จะต้องมีอีเมล์ขององค์กรเท่านั้นถึงจะเข้าได้ เช่น ต้องเป็นคนที่มีอีเมล์ @gomew.com เท่านั้นถึงจะเข้าใน Workplace ของบริษัท www.gomew.com ได้

- - - - - -

ข้อสังเกตุก่อนจะจบละ

หลักๆที่เรา (ตัวผม) ใช้ในการทำงานก็มีเพียงเท่านี้ สังเกตุดูจะเห็นว่าไม่มีโปรแกรมที่ใช้ติดต่อกับเพื่อนหรือครอบครัวที่เราใช้กันเป็นหลักเช่น Facebook หรือ Line เลย ถ้าเป็นการทำงานเราจะโฟกัสกันเฉพาะโปรแกรมที่ใช้ทำงานเท่านั้น จะพยายามอย่างเด็ดขาดที่จะไม่เอามาปะปนกัน เพราะต้องการที่จะให้รู้เลยว่าถ้าแอพที่เราพูดถึงมาทั้งหมดนี้มัน alert ขึ้นมาก็คือเรื่องงานนั่นเอง ให้ทำใจไว้ได้เลยโดยไม่ต้องลุ้นว่าจะเป็นเรื่องงานหรือส่วนตัว อ้อ และโปรแกรมทั้งหมดนี้รันเป็นแอพบนมือถือได้ทั้งหมดและ Real Time Sync ตลอดจ้า
5 itong2go: 2018 งานที่ผมทำ ผมทำงานเป็น CEO อยู่ที่ รีวิวเชียงใหม่ เป็นสื่อออนไลน์แนวไลฟ์สไตล์นำเสนอข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์รวม...

สรุปผลการดำเนินงาน airbnb ครบรอบหนึ่งปี จากคนที่ไม่เคยทำธุรกิจที่พักมาก่อนเลย

ครบรอบ 1 ปีกับการทำ Gomew Homestay

สรุปภาพรวมตามความรู้สึก

ครบปีนึงแล้ว ความรู้สึกของการทำ Homestay คือเหนื่อยแต่คุ้ม

เหนื่อยคือบ้านมันเป็นบ้านเก่าอายุมากแล้วพวกท่อน้ำ ปลั๊กต่างๆแม้ว่าจะรีโนเวทแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ถ้าสร้างใหม่ไปเลยก็จะไม่มีปัญหาพวกนี้ แถมยังจะถูกกว่ารีโนเวท

คุ้มคือในส่วนของรายได้ คุ้มค่ากว่าการปล่อยเช่าเป็นรายเดือนมากกว่า 3-4 เท่า แต่ก็แลกมาด้วยงานบริการอย่างเต็มที่ รวมถึงความสะอาดแบบโรงแรมห้าดาว

ถ้าให้ทำอีกจะทำอยู่มั้ย

ทำแน่นอน ผ่านมาหนึ่งปีแล้วกับบ้านเก่าขนาดนี้ ทำเลไม่ดีแบบนี้ ผลงานเราถือว่าน่าพึงพอใจ แต่ประเด็นสำคัญคือเรื่องเงินลงทุนจะต้องไม่มากเกินไป ถ้ากู้เงินมาทั้งซื้อที่ดินและสร้างบ้าน ภาระการผ่อนจะสูงมาก แล้วถ้าขายไม่ดีอย่างที่คิดก็จะกลายเป็นเครียดแทนที่จะมีความสุข

สรุปภาพรวมตามสถิติ

คะแนนรวมได้ 4.8/5 คะแนนแย่ที่สุดยังเป็นเรื่องเดิมคือโลเคชั่น คะแนนสูงสุดคือเรื่องการเช็คอินที่ง่ายและปลอดภัย และยังคงสถานะเป็น Superhost อยู่

ยอดคนดูบ้านเฉลี่ยเดือนละ 654 วิวหรือประมาณ 20 กว่าวิวต่อวัน

มียอดจองมาทุกเดือน เดือนที่แย่มีสองเดือนคือ มีนาคมและพฤษภาคม ที่น่าแปลกใจคือเดือน มิถุนายน กลับทำยอดสูงสุดทั้งที่ยังอยู่ในช่วง Low Season

ภาพรวมอื่นๆของปี 2018

ภาพน่าประทับใจอื่นๆ

แขกน่าจะชื่อ เอเดรียน ครอบครัวนี้มาจากเยอรมัน ลูกชายหน้าตาหล่อเชียว ทั้งพ่อและแม่ทำงานคล้ายๆกับเราคือ เป็น designer และอีกคนทำเว็บไซต์ พอจะต้องกลับเขาขอเช่าพักต่ออีก เสียดายว่ามีคนจองต่อแล้ว

แขกชุดนี้คือสามสาวจากเกาหลีใต้ มาอยู่หลายวันถือเป็นคนเกาหลีกลุ่มแรกที่มาพักบ้านของเรา พอเพื่อนๆรู้ข่าวก็มาช่วยจัดปาร์ตี้ต้อนรับกันใหญ่เลย สนุกสนานเฮฮา

ภายในบ้านของเราจะไม่มีทีวีให้แขก แต่จะมี WIFI ให้ใช้และมีสมุด Guest Book พร้อมสีไว้ให้เขียนหรือวาดอะไรได้ตามใจ ชอบรูปนี้เด็กน้อยที่มากับพ่อแม่เป็นคนวาด คงจะชอบห้องนอนมาก

กรุ๊ปนี้เป็นหนุ่มสาวชาวจีน มาพักหลายวันและชอบทำกับข้าวกัน วันนึงเราก็เลยเสนอว่าต่างคนต่างทำอาหารแล้วเอามาชิมด้วยกัน อาหารที่เขาทำมาอร่อยดี เขาบอกว่าขนาดเครื่องไม่ค่อยครบนะเนี่ย

อยากจองบ้านจะต้องทำยังไง

สนใจสำรองบ้านพัก คลิกลิงค์นี้ได้เลย https://www.airbnb.com/rooms/19509439

จองเรียนทำสบู่

จองเรียนทำสบู่ธรรมชาติ 100% คลิกเลยจ้า https://www.airbnb.com/experiences/272165

เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

สรุปผลการดำเนินงานและปัญหาในการทำ Gomew Homestay on Airbnb ครบหกเดือน https://www.itong2go.com/2018/03/gomew-homestay-on-airbnb.html

แผนที่ Gomew Homestay

5 itong2go: 2018 ครบรอบ 1 ปีกับการทำ Gomew Homestay สรุปภาพรวมตามความรู้สึก ครบปีนึงแล้ว ความรู้สึกของการทำ Homestay คือเหนื่อยแต่คุ้ม เหนื่อยคือบ้า...

ทำไมคนหนุ่มสาวถึงควรเก็บออมและเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย

ภาพประกอบจาก pixabay.com แจกภาพฟรีไม่มีเงื่อนไข
#ก็เพราะความจนมันน่ากลัว

ที่มาของแนวคิดการเก็บออมและการลงทุน

สมัยยังเด็กบ้านผมทำธุรกิจทำให้ผมได้เห็นพ่อแม่ค้าขายตั้งแต่ยังเล็ก พอโตมาหน่อย อ้าว ธุรกิจเจ๊งเฉยเลยไปไม่รอด จากบ้านคนมีตังค์กลายเป็นถังแตก ต้องดิ้นรนหาทางเรียนหนังสือลำบากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งเรียนจบได้ทำงานอะไรๆก็เริ่มดีขึ้น ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ถ้าใครลองได้ลิ้มรสความยากจนแล้วก็จะไม่มีวันลืมรสชาติของมัน และจะไม่อยากสัมผัสมันอีก ผมจึงเริ่มคิดเรื่องการเก็บออมและการลงทุนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทำไมการลงทุนถึงมีความสำคัญ

ก็อย่างที่พูดไปตอนต้น ก็เพราะความจนมันน่ากลัว และของบางอย่างก็ไม่ต้องลองก็ได้ ที่สำคัญคนเราทุกคนควรมี อิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) คือการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินพอใช้หรือไม่ ไม่ว่าจะทำงานหรือไม่ก็ตาม

คือเราไม่ได้สนับสนุนให้คนไม่ทำงาน แต่เราสนับสนุนให้คนได้ทำงานที่เขารักและอยากจะทำจริงๆ ถ้าคนเราได้ทำงานที่รักมันจะส่งผลอย่างมากต่อโลกนี้ คนจะทำงานและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ นวัตกรรมใหม่ๆออกมาอีกเยอะมากหากเขาได้ทำตามความฝัน แต่คนจำนวนมากบนโลกนี้ถูกดับฝันไปเพราะถูกขัดขวางโดยภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้ต้องทนทำงานที่ไม่ได้ชอบเพียงเพื่อให้มีรายได้เพียงพอ และเป็นแบบนั้นไปตลอดชีวิต จนตายลงไปก็ไม่ได้ฝากอะไรไว้ให้กับโลกนี้

ที่จริงมีบางประเทศกำลังพิจารณาเรื่องรัฐสวัสดิการเต็มรูปแบบ คือรัฐสนับสนุนทุกอย่างรวมถึงเงินใช้จ่ายแต่ละเดือนในจำนวนที่เพียงพอที่คนจะมีชีวิตอยู่รอดได้ แต่คงจะคาดหวังอะไรแบบนี้กับรัฐไทยไม่ได้ในชีวิตนี้ ดังนั้น การช่วยตัวเองจึงเป็น The only option!


ควรเริ่มลงทุนตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอบแบบตรงๆเลยคือ เริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งจะไปถึงอิสรภาพทางการเงินได้เมื่อตอนอายุยังไม่มากนัก การลงทุนที่จะให้อิสรภาพทางการเงินนั้นมีหลายอย่างทั้งหุ้น พันธบัตร กองทุน ที่ดิน ทองคำ หรือพวกที่มาใหม่ๆอย่าง เงิน bitcoin, เงิน cryptocurrency สกุลต่างๆ พวกใหม่ๆนี้ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ มันอาจเป็นการเก็งกำไรมากกว่าการลงทุนก็เป็นได้ และการลงทุนมีความเสี่ยงควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน เพราะเวลาขาดทุนมันเป็นเราที่ขาดทุนเองเจ็บเอง


จะเอาเงินจากไหนมาลงทุน

ถ้าไม่มีเงินก็ต้องทำงาน ขายความรู้ ความสามารถของเราแลกเงิน เมื่อได้เงินแล้วก็ต้องรู้จักเก็บออม กันเงินบางส่วนมาลงทุน ศึกษาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในแบบที่เหมาะกับเรา ลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆเน้นการลงทุนที่สร้าง passive income สม่ำเสมอ


มีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้ประสบความสำเร็จด้านการลงทุนในหุ้นแบบ VI บอกไว้ว่า มีการนิยามการมีอิสรภาพทางการเงินไว้ว่า คือการมีรายได้มากกว่า 200 เท่าของเงินเดือน แต่ผมคิดว่า การมี Financial Freedom นั้นคือ การที่เรามีรายได้ passive income ต่อเดือนมากกว่าหรือเพียงพอกับรายจ่าย เช่น สมมุติว่า ครอบครัวเราใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท เราก็ควรทำ passive income ให้ได้ 50,000 บาทหรือมากกว่านั้น ทั้งยังต้องมีเงินก้อนเพื่อเตรียมไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินอีกจำนวนหนึ่งด้วย


สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา

ผมคิดว่ามันไม่ใช่เงิน แต่มันคือ เวลา


คนเราอาจไม่มีเงินเท่ากัน แต่ที่แน่ๆเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันแน่ๆ คนรวยที่แท้จริงคือคนที่มีเวลา คนที่ยังไม่รวยและยังต้องดิ้นรนก็ต้องขายเวลาของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน ดังนั้น เราควรให้คุณค่ากับเวลาให้มากๆ ใช้เวลาให้มีคุณภาพกับคนที่คุณรัก รวมทั้งใช้เวลาในการค้นหาความหมายของชีวิต ใช้เวลาทั้งชีวิตกับสิ่งที่มีคุณค่าทั้งกับตัวเองและคนอื่น

ลองคิดดูว่า ถ้าเรารู้ว่าเราจะต้องจบชีวิตลงในวันพรุ่งนี้แล้ว อะไรคือสิ่งที่เราอยากจะทำมากที่สุด ใครคือคนที่เราอยากจะอยู่ด้วยจนวาระสุดท้าย เงินที่เรามีจะต่อเวลาให้เราได้มั้ย

เงินมันเป็นของที่ตลกในตัวเอง คือตอนจะตายเราเอาไปก็ไม่ได้ แต่ตอนยังไม่ตายถ้าไม่มีเงินนี่ยุ่งเลยนะ

ลองดูนะครับ เริ่มต้นเก็บออม เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุดท้ายแล้วเราจะได้มีเวลามาสร้างสรรค์ทำอะไรดีๆให้โลกนี้กัน
5 itong2go: 2018 ภาพประกอบจาก pixabay.com แจกภาพฟรีไม่มีเงื่อนไข #ก็เพราะความจนมันน่ากลัว ที่มาของแนวคิดการเก็บออมและการลงทุน สมัยยังเด็กบ้านผมทำธุรก...

แนวทางการเตรียมตัวสำหรับคนที่อยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (แคนาดา)

รูปนี้โหลดเอามาใช้ได้ฟรีจากเว็บ pixarbay.com

ความตั้งใจเดินและเหตุที่ทำให้ไม่ได้ไป

เมื่อแปดปีที่แล้วผมมีความตั้งใจตั้งใจจะย้ายครอบครัวไปอยู่ที่แคนาดา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปเพราะมีลูกคนที่สามเกิดมาแล้วทำให้ไปยากกว่าเดิม ประกอบกับสาขาอาชีพที่เขาต้องการได้ตัดอาชีพของผมออก (ตอนจะยื่นมีอาชีพ Computer Manager ตอนนี้ไม่มีแล้ว) ถ้าจะยื่นอีกผมต้องยื่นในอาชีพ Chef หรือ Cook แต่เนื่องจากมีงานประจำและภาระเยอะก็เลยไม่มีเวลาไปฝึกอาชีพนี้ (ผมไปเรียนทำอาหารและสอบผ่านใบรับรองฝีมือจากกระทรวงแรงงานแล้ว) ก็เลยต้องพับโปรเจคไว้ก่อน ผมรวบรวมบล็อกที่เคยเขียนเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เผื่อใครที่คิดจะไปอยู่ที่เมืองนอกแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไงก็อ่านที่ผมเขียนเอาไว้เป็นแนวทางได้

สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมหากจะไปอยู่แคนาดา

1. ภาษาอังกฤษ ควรสอบ IELTS ให้ได้อย่างน้อย 6.5
2. ทักษะอาชีพที่แคนาดาต้องการ เช็คได้จากเว็บ https://www.canada.ca/en/services/immigration-citizenship.html
3.  เงินทุนสำหรับเลี้ยงดูชีวิตหากยังหางานไม่ได้อย่างน้อยหกเดือน (ถ้ามีลูกเมียไปด้วยก็ต้องคูณเข้าไป)
4. การเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่
5. เตรียมตัวพบกับอากาศหนาวจัด
แคนาดาจ๋าพี่อยากไปหาเธอ


พร้อมแล้วก็เริ่มเข้าไปอ่านเลย คลิกที่ลิงค์เพื่อไปอ่านเรื่องนั้นๆนะฮะ

1. เริ่มต้นไปแคนาดา https://www.itong2go.com/2012/07/canada.html
2. มุ่งสู่แคนาดา ตอน 2 - เตรียมตัวอย่างไร https://www.itong2go.com/2012/09/2.html
3. มุ่งสู่แคนาดา ตอน 3 - พร้อมแล้วลุยเรื่องภาษา https://www.itong2go.com/2012/09/3.html
4. เมื่อ itong2go จะกลายเป็น itong3go แล้วแผนไปแคนาดาจะเป็นอย่างไร https://www.itong2go.com/2013/02/itong2go-itong3go.html
5. Canada จะเปิดรับใบสมัคร Skilled Worker อีกครั้ง May 4, 2013 นี้แล้ว https://www.itong2go.com/2013/02/canada-skilled-worker-may-4-2013.html
6. ด่านยาก IELTS Listening score 7.5 https://www.itong2go.com/2013/02/ielts-listening-score-75.html


นับเป็นงานที่โหดหินเหลือเกินสำหรับการไปอยู่แคนาดา แต่ถ้าหากเรามุ่งมั่นมากพอและเชื่อว่าเราทำได้ วันนึงเราจะต้องได้ไปอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ
5 itong2go: 2018 รูปนี้โหลดเอามาใช้ได้ฟรีจากเว็บ pixarbay.com ความตั้งใจเดินและเหตุที่ทำให้ไม่ได้ไป เมื่อแปดปีที่แล้วผมมีความตั้งใจตั้งใจจะย้ายครอบครั...

5 ข้อดีของการพักที่ Gomew Family Homestay ที่เชียงใหม่

ข้อดีของการพัก Homestay มันก็มีเยอะเหมือนกันนะ

Gomew Family Homestay - โกมิว แฟมิลี่ โฮมสเตย์

เป็นที่พักแบบบ้านทั้งหลังปล่อยเช่ารายวันผ่าน Airbnb (กดจองคลิกที่นี่) สามารถพักได้สูงสุดหกท่าน มีสามห้องนอน สองห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น ที่จอดรถสองคัน โดยในเชียงใหม่จะมีที่พักแนวๆแบบนี้ให้เลือกมากมายหลากหลายราคา แต่มาดูกันว่าทำไมเราถึงควรจะเลือกที่นี่เป็นลำดับต้นๆเมื่อมาเชียงใหม่

Highlight

- ใกล้เมืองแต่เงียบสงบ
- ราคาเป็นมิตรสบายกระเป๋า
- ห้องพักสะดวกสบาย
- ทำอาหารเองได้ง่าย
- มีโอกาสได้ปาร์ตี้กับเจ้าบ้าน
 ทำเลอยู่กึ่งกลางระหว่าง เมญ่า/นิมมาน - เซ็นทรัลเฟสติวัล - ท่าแพ/ถนนคนเดิม

1. ใกล้เมืองแต่เงียบสงบ

ใกล้แค่ไหนขอให้ดูรูปข้างบน ตัวบ้านเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดยอยู่ห่างจากแต่ละจุดเพียง 4-5 กิโลเมตรเท่านั้น สามารถเดินทางโดยใช้รถส่วนตัวหรือจะเรียก Grab ก็สะดวกไม่แพ้กัน ทั้งยังตั้งอยู่บนเส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ริมซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก อาทิ ม่อนแจ่ม น้ำตกแม่สา ปางช้างต่างๆ หรือหากจะเลยไปแม่แตงหรือเชียงดาวก็สะดวกเช่นกัน

2. ราคาเป็นมิตรสบายกระเป๋า

ราคาจะแบ่งเป็นสองช่วงคือ หน้า high season (พย.-กพ.) จะขายที่ 2000-2500 บาท ส่วนหน้า low season ก็จะอยู่ที่ 1800-2300 บาทแล้วแต่ว่าจะจัดโปรตอนไหนบ้าง คือบ้านมันพักได้หกคน ถ้าหารกันแล้วก็จะตกคนละไม่เกิน 300-400 บาท แต่สะดวก ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวกว่าพัก Hostel ที่ต้องแชร์ห้องกับคนอื่น ถ้ามาเป็นครอบครัวหรือมาเป็นกลุ่ม 4-6 คนก็ถือว่าคุ้มมาก
ห้องนอนมีสามห้อง นอนได้ห้องละสองคน

3. ห้องพักสะดวกสบาย

ด้วยเตียงนอนที่ออกแบบมาอย่างดี ฟูกใช้เป็นของอย่างดีไม่ยุบเป็นหลุมแอ่ง ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มสะอาดสะอ้านเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ทั้งสามห้องนอนติดแอร์เย็นฉ่ำ (ออกไปข้างนอกอย่าลืมปิดนะจ๊ะ) ห้องนอนใหญ่มีพื้นที่กว้างสามารถทำกิจกรรมต่างๆหรือแม้แต่นั่งเล่นนอนเล่นได้สบาย อ้อ และทุกห้องมีโต๊ะทำงานพร้อมโคมไฟให้ด้วยนะ นั่งทำงานชิลๆได้เลย
ห้องครัวนี้มีชื่อเรียกว่า Perfect Kitchen มีทุกสิ่งที่ต้องการ

4. ทำอาหารเองได้ง่าย

ด้วยห้องครัวที่จัดเต็มพร้อมอุปกรณ์ในการทำอาหารที่ครบครัน ที่มีแม้แต่เตาอบทำขนมปัง ทำให้สามารถทำอาหารได้ทุกชนิดตามต้องการ เป็นข้อได้เปรียบที่ที่พักแบบอื่นทั้งโรงแรม เกสเฮาส์ โฮสเท็ลไม่สามารถให้ได้ โต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่สามารถนั่งทานได้ทั้งครอบครัว ช่วยเปลี่ยนวันธรรมดาๆให้กลายเป็นวันพิเศษขึ้นมาได้
ปาร์ตี้กับเกสชาวอังกฤษ

5. มีโอกาสได้ปาร์ตี้กับเจ้าบ้าน

เนื่องจากเจ้าบ้านนี้เขาทำโฮมสเตย์ไม่ใช่เพราะเงินเป็นหลัก แต่เขาอยากให้ลูกๆได้พบเจอผู้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทั้งคนไทย ฝรั่ง จีน เกาหลี เพื่อทุกคนจะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ภาษา อาหารการกิน ฝึกการเป็นเจ้าบ้านและเป็นแขกที่ดี จึงมักจะจัดปาร์ตี้ร่วมกับแขกที่มาพักเสมอๆ ถ้าไม่อยากพลาดตอนจองลองถามเขาไปด้วยว่าช่วงที่เราเข้าพักจะมีปาร์ตี้กันมั้ย เผลอๆมาเชียงใหม่ครั้งนี้อาจจะได้เพื่อนใหม่พร้อมมิตรภาพกลับไปด้วยก็เป็นได้
ทางเข้าบริเวณหน้าบ้าน มีพื้นที่ให้นั่งเล่นได้ด้วย

จักรยานเจ้าของบ้าน ขอยืมไปปั่นเล่นได้

ปาร์ตี้กันเป็นประจำ
แผนที่ Gomew Family Homestay
สนใจจองห้องพัก คลิก
ไลน์เจ้าของบ้าน @itong2go

อยากจองบ้านจะต้องทำยังไง

สนใจสำรองบ้านพัก คลิกลิงค์นี้ได้เลย https://www.airbnb.com/rooms/19509439

จองเรียนทำสบู่

จองเรียนทำสบู่ธรรมชาติ 100% คลิกเลยจ้า https://www.airbnb.com/experiences/272165

5 itong2go: 2018 ข้อดีของการพัก Homestay มันก็มีเยอะเหมือนกันนะ Gomew Family Homestay - โกมิว แฟมิลี่ โฮมสเตย์ เป็นที่พักแบบบ้านทั้งหลังปล่อยเช่ารายวั...

หนี้ก้อนใหญ่มันปิดยาก ปิดหนี้ก้อนเล็กก่อนก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน

ปิดละครับหนี้ก้อนเล็กจิ๋ว ค่อยๆปิดไปไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่ม

ที่มาของหนี้สิน

ผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นในสังคมที่ต้องมีภาระในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนมือถือ และผ่อนต่างๆนาๆตามประสาคนทั่วไปที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง เมื่ออยากได้มาก็ต้องใช้วิธีกู้ยืมและก็ผ่อนชำระโดยยอมเสียดอกเบี้ยให้เขาไป อัตราดอกเบี้ยของแต่ละสัญญาก็ไม่เหมือนและไม่เท่ากันแล้วแต่เงื่อนไขการกู้ยืม สรุปก็คือ มีหนี้อยู่หลายก้อนนั่นเอง ทั้งก้อนเล็กหลักหมื่น และก้อนใหญ่หลักล้าน

การผ่อนชำระหนี้สิน

หนี้ทั้งหมดของผมจะผ่อนเป็นรายเดือน ส่วนมากก็จะเป็นช่วงสิ้นเดือนช้าสุดไม่เกินวันที่ 5 ของอีกเดือน หากล่าช้ากว่านั้นก็จะมีเบี้ยปรับเพิ่มเติม บริษัทของผมเลยแก้ปัญหาด้วยการปรับวันที่เงินเดือนออก จากออกทุกสิ้นเดือนให้มาออกทุกวันที่ 28 เพื่อพนักงานรวมทั้งตัวผมเองจะได้นำเงินไปจ่ายหนี้สินต่างๆได้ทันเวลา ข้อเสียของระบบนี้คือเงินเดือนจะออกเร็วและหมดเร็ว ความจริงคือเงินหมดตามปกติเพียงแต่ความรู้สึกมันยังไม่ถึงสิ้นเดือน

ดอกเบี้ยของสัญญากู้ยืมแต่ละสัญญา

สัญญากู้ซื้อบ้านดอกเบี้ยจะถูกในสองหรือสามปีแรกแล้วแต่โปรโมชั่น จากนั้นก็จะลอยตัวโดยเงินก้อนที่จ่ายไปจะเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยประมาณอย่างละครึ่งและเมื่อนานวันเข้าดอกจะน้อยลงและต้นจะมากขึ้น ส่วนดอกเบี้ยรถยนต์จะเป็นแบบตายตัวคือคิดดอกมาเรียบร้อยเท่ากันทุกเดือนตั้งแต่วันแรกที่ออกรถมา ถ้าเอาเงินไปโปะก็อาจได้ลดดอกลงเล็กน้อย

ทำไมถึงต้องปิดหนี้ก้อนเล็กให้ได้ก่อน

หนี้ก้อนเล็กที่สุดคือ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นหนี้ที่ธนาคารส่งจดหมายมาถามว่า อยากได้เงินฉุกเฉินไปใช้หรือไม่ สามารถมาเซ็นเอาเงินไปได้เลยโดยไม่ต้องมีอะไรค้ำประกัน ปัญหาคือ ดอกเบี้ยของสัญญาแบบนี้จะแพงมาก คือ ประมาณครึ่งนึงของเงินที่ชำระไปทั้งหมดจะเป็นค่าดอกเบี้ย นั่นคือ สมมุติว่ากู้มาสี่หมื่นบาท เมื่อผ่อนชำระตามโปรแกรมจนแล้วเสร็จ คุณต้องจ่ายเงินไปจำนวนถึงเกือบแปดหมื่นบาทเลยทีเดียว นั่นคือเหตุผลที่ควรจะกำจัดมันทิ้งเสียถ้ามีโอกาสจะทำได้

สรุปข้อควรทำเมื่อจะตัดสินใจเป็นหนี้

1. มีหนี้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
2. ศึกษาและสอบถามเจ้าหน้าที่ให้แน่ใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยให้ชัดเจน
3. หากหนี้มีหลายก้อน ให้เลือกกำจัดก้อนที่เล็กที่สุดและเสียดอกเบี้ยมากที่สุดก่อน
4. เมื่อภาระหนี้ลดลงแล้ว ให้หลีกเลี่ยงการก่อหนี้เพิ่ม
5. เมื่อปลดหนี้ได้แล้ว ให้เลิกนิสัยการชอบก่อหนี้และให้ศึกษาเรื่องการลงทุนแทนการเป็นหนี้
5 itong2go: 2018 ปิดละครับหนี้ก้อนเล็กจิ๋ว ค่อยๆปิดไปไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่ม ที่มาของหนี้สิน ผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นในสังคมที่ต้องมีภาระในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ...

AIS Serenade Club แบบฉบับของชีวิตดีๆที่ลงตัว [Advertorial]

งานเปิดตัว AIS Serenade Club สาขาเชียงใหม่


#ความรู้สึกที่มีต่อ Serenade


ผมเป็นลูกค้าเอไอเอสมาระยะนึงแล้ว แต่ก็ไม่เป็น Serenade และไม่สนใจและไม่ได้อยากจะเป็น เพราะคิดว่าสิ่งสำคัญสุดที่เราคาดหวังจากค่ายมือถือก็คือ สัญญาณมือถือและก็ความไวเน็ต เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว จะเอาอะไรกันอีกมากมาย รู้สึกว่ามันเยอะไป ไม่ชอบอะไรเยอะๆ

#จริงๆแล้ว Serenade คืออะไร


หลังจากที่ลดความอคติลงและลองศึกษาดูว่ามันคืออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า Serenade Club คือบริการเสริมสำหรับลูกค้าคนพิเศษของเอไอเอส ตัวอย่างของสิ่งที่ Serenade ได้รับคือ
  • ศูนย์บริการแบบแยกจากปกติ เป็นห้องที่มีการตกแต่งพิเศษ (ในเชียงใหม่เพิ่งจะมีที่แรกคือที่สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล) สามารถไปทำธุรกรรมได้เหมือนปกติทุกอย่าง แต่ไม่ต้องเข้าคิวเพราะพนักงานจะมาหาถึงโต๊ะเองเลย มีน้ำดื่ม น้ำชา กาแฟ ขนมไว้ให้อีกต่างหาก เอาจริงๆถ้าเดินห้างแล้วเมื่อยก็แวะไปนั่งพักเฉยๆก็ยังได้ เขาไม่ว่า
  • ได้รับส่วนลดพิเศษเพิ่มจากปกติ เช่น ซื้อมือถือใหม่จากศูนย์ก็จะได้ลดเพิ่มอีก หรือถ้าไม่ได้ส่วนลดบางกรณีอาจได้เป็นส่วนเพิ่มแทน เช่น ได้เน็ตเพิ่มมากกว่าปกติ
  • สิทธิพิเศษร่วมกับร้านค้าพันธมิตร คือเอไอเอสเขามีเครือข่ายมากมายครอบคลุม lifestyle ชีวิตประจำวันของเราแทบทุกอย่าง นั่นหมายความว่าการเป็น Serenade ก็จะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่าง ถ้าจองตั๋ว Bangkok Airways คุณก็จะได้ใช้ห้องรับรองปกติ แต่ถ้าเป็น Serenade คุณก็จะได้อัพเกรดไปใช้ห้องรับรอง VIP แบบนี้เป็นต้น
บรรยากาศภายในงานเปิด AIS Serenade Club เชียงใหม่


#แล้วจะเป็น Serenade กับเขาได้ยังไง


อันดับแรกเลยคือต้องเป็นลูกค้าของเอไอเอสก่อนนะฮะ5555 อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าใครใช้ AIS อยู่และอยากอัพเป็น Serenade มีหลายวิธีให้เลือก เช่น
  • อัพค่าบริการรายเดือนให้อยู่ที่ 900 บาทต่อเดือน คุณได้เป็น Serenade ทันที
  • พ่วงเบอร์สองเบอร์เข้าด้วยกัน+เน็ตบ้าน AIS FIBRE เบอร์หลักก็จะได้เป็น Serenade ทันที
  • ได้ตามระยะเวลาการใช้งาน อันนี้จะได้โดยอัตโนมัติ เช่น ใช้ครบ 10 ปีและค่าบริการเฉลี่ยรายเดือนไม่ต่ำกว่าเท่านั้นเท่านี้บาท มันจะมีตารางอยู่ให้ขอดูจากพนักงานได้เลย
  • อาจจะมีวิธีอื่นอีก ให้ถามจากพนักงานใน Serenade Club ได้เลย ทุกคนรู้ดีกว่าผมแน่นอน
มีขนมให้ทานด้วย

#สรุปเรื่องการเป็น Serenade


เอาสั้นๆเลยนะว่าเป็น Serenade ดีกว่าไม่เป็นอย่างแน่นอน บางคนคุณสมบัติถึงอยู่แล้วเพียงแต่ไม่รู้เท่านั้นเองว่าตัวเองก็เป็น Serenade แล้วถ้ายิ่งรู้ว่ามันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นแบบง่ายๆ ได้ความรู้สึกของการเป็นคนพิเศษก็จะยิ่งคิดว่ารู้งี้เป็น Serenade มาตั้งนานแล้วดีกว่า

#สรุปส่งท้ายจริงๆละ


เอาเป็นว่าใครที่สนใจอยากรู้เรื่อง Serenade Club เพิ่มเติม ให้เดินเข้าไปใน shop Serenade ได้เลยและบอกเขาว่าสนใจอยากทราบข้อมูลเรื่องการเป็น Serenade แล้วพนักงานจะเชิญไปนั่งพร้อมอธิบายให้เราฟังเสร็จสรรพ พร้อมเสิร์ฟกาแฟและขนมอร่อยๆให้เราด้วย นี่ขนาดยังไม่ได้สมัครนะยังดูแลกันขนาดนี้ ถ้าเป็นแล้วจะดูแลดีขนาดไหน

#ข่าวงานเปิดตัว AIS Serenade Club สาขาเชียงใหม่ - https://www.reviewchiangmai.com/5921-p/


#วิธีการรับสิทธิพิเศษ - http://www.ais.co.th/serenade/how-to-be-serenade.html
5 itong2go: 2018 งานเปิดตัว AIS Serenade Club สาขาเชียงใหม่ # ความรู้สึกที่มีต่อ Serenade ผมเป็นลูกค้าเอไอเอสมาระยะนึงแล้ว แต่ก็ไม่เป็น Sere...

ทำไมนักเดินทางรุ่นใหม่ถึงนิยมพัก Homestay มากกว่าการพักโรงแรมแบบเดิม

คนรุ่นใหม่นิยมพัก homestay เริ่มเป็นกระแสมาได้พักใหญ่ๆแล้ว
สมัยนี้ความต้องการของนักเดินทางได้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน ความต้องการได้รับประสบการณ์ที่พิเศษและแตกต่างทำให้ผู้คนเลือกพักกับ Homestay กันมากขึ้น และเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นทาง Homestay เองก็ได้ปรับตัว ปรับปรุงตกแต่งที่พักให้สวยงามมีมาตรฐานไม่ต่างจากโรงแรมเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาเข้าพัก ซึ่งประโยชน์ก็จะตกอยู่กับนักท่องเที่ยวนั่นเอง
การพักโฮมสเตย์ทำให้มีโอกาสได้ชิมรสชาติแบบท้องถิ่นแท้ๆ

โฮมสเตย์ (Homestay) คืออะไร

สมัยก่อนโฮมสเตย์มีความหมายถึง บ้านของชาวบ้านตามชนบทที่ได้แบ่งเอาบางส่วนหรือทั้งหลัง เปิดบริการให้แขกได้มาเช่าพัก แต่มาสมัยนี้ในยุคที่ airbnb เฟื่องฟู ผู้คนในเมืองก็ต่างเปิดบ้านของตนให้แขกได้เข้าพักเพื่อเป็นการสร้างรายได้ และสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยเช่นกัน

ทำไมผู้คนถึงนิยมพักโฮมสเตย์

1. ได้สัมผัสกับชีวิตคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

- ต่างจากโรงแรมใหญ่ๆที่เราจะได้เจอแต่พนักงาน แต่การพักโฮมสเตย์ทำให้เราได้เจอชาวบ้าน เพื่อนบ้าน เด็กๆ ละแวกบ้าน ร้านค้าขายของชำ ร้านอาหารใกล้บ้าน และอื่นๆที่ชาวบ้านเขาทำกันในชีวิตประจำวัน

2. ได้รับความเป็นกันเอง ความไม่เป็นทางการ

- เจ้าของบ้านโฮมสเตย์ก็จะต้อนรับเราแบบบ้านๆ ในแบบฉบับของตัวเอง บางบ้านอาจเตรียมน้ำผลไม้ไว้ให้ บางบ้านอาจเป็นขนม หรือผลไม้ตามฤดูกาล อาจมีการกินเลี้ยงหรือปาร์ตี้กับเจ้าของบ้านเป็นบางครั้งคราว

3. ได้รับคำแนะนำจากคนในพื้นที่จริง

- ข้อมูลที่ดีและอินไซด์สุดๆมักจะมาจากคนในพื้นที่มากกว่าจะหาได้จากเว็บหรือบนออนไลน์ คำแนะนำหรือไกด์จากเจ้าบ้าน/คนในท้องถิ่นมาจากประสบการณ์จริงของเขา ทำให้เราได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้

4. ได้ชิมอาหารรสชาติท้องถิ่นจริงๆ

- หลายที่พักมักจะทำอาหารเลี้ยงแขกเป็นบางมื้อ เป็นโอกาสที่ดีมากที่จะได้ชิมรสชาติแบบท้องถิ่น ถ้าโชคดีกว่านั้นก็อาจจะขอเจ้าบ้านช่วยทำครัวไปด้วยเลย เป็นโอกาสได้เข้า cooking class โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แนะนำว่าควรแชร์ค่าอาหารกับเจ้าบ้านนะจ๊ะ เว้นแต่ว่าเจ้าบ้านยืนยันจะไม่รับจริงๆ
ร่มรื่น สงบ ตามแบบฉบับ Homestay

5. สะดวก สงบ แบบคนท้องถิ่น

- ชาวบ้านพักแบบไหน เราก็พักแบบนั้น และบ้านคนโดยส่วนมากก็มักจะอยู่อาศัยกันอย่างสงบ ต่างจากความสงบในห้องนอนของโรงแรมแต่เป็นความสงบแบบคนท้องถิ่น

6. ช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน

- โฮมสเตย์ส่วนมากดำเนินกิจการโดยคนท้องถิ่น ไม่ใช่เครือโรงแรม ดังนั้น เมื่อเราเข้าพัก ท้องถิ่นก็จะมีรายได้ หลายๆที่พักเมื่อมีรายได้ก็จะกระจายสู่ชุมชน เช่น จ้างคนในหมู่บ้านมาทำความสะอาด ใช้บริการร้านซักรีดละแวกบ้านซักผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน เหล่านี้เป็นต้น

7. ได้เพื่อนใหม่

- หลายครั้งที่เราพักโฮมสตย์แล้วก็ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านไปเลย คบกันมาถึงวันนี้แปดปีแล้ว เป็นเพื่อนกันจากการเป็นลูกค้าพักบ้านเขานี่แหละ การได้พบเจอผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย ช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น

8. ประหยัดค่าใช้จ่าย

- ค่าใช้จ่ายในการพักโฮมสเตย์เมื่อเทียบกับโรงแรมในมาตรฐานเดียวกันแล้วถือว่าถูกกว่ามาก ช่วยให้เราได้เอางบใช้จ่ายไปลงกับกิจกรรมอย่างอื่นแทน หรือช่วยยืดระยะเวลาท่องเที่ยวให้ยาวนานขึ้นได้

ขอบคุณภาพสวยๆจาก Gomew Family Homestay
สำรองบ้านพักที่เชียงใหม่สำหรับ 4-6 คนได้ที่ https://www.airbnb.com/rooms/19509439

จองเรียนทำสบู่

จองเรียนทำสบู่ธรรมชาติ 100% คลิกเลยจ้า https://www.airbnb.com/experiences/272165
5 itong2go: 2018 คนรุ่นใหม่นิยมพัก homestay เริ่มเป็นกระแสมาได้พักใหญ่ๆแล้ว สมัยนี้ความต้องการของนักเดินทางได้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน ความต้องการได้รับประ...

10 ข้อควรจำ เมื่อมานั่งทำงานอ่านหนังสือที่ AIS CAMP เมญ่าเชียงใหม่


เมื่อก่อนชื่อ CAMP เฉยๆ ตอนหลังเลี่ยนเป็น AIS CAMP

AIS CAMP คืออะไร

มันคือสถานที่ให้คนมานั่งทำงาน มานั่งอ่านหนังสือได้ "ฟรี" ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งอยู่บนชั้น 5 ห้างเมญ่า ตรงข้ามกับโรงหนัง SF Cinema ทุกคน (ใครก็ได้) สามารถเข้ามาใช้บริการได้เลย

สิ่งที่ CAMP ให้บริการมีดังนี้

- โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เบาะ สำหรับนั่งทำงาน/อ่านหนังสือ
- ปลั๊กให้เสียบชาร์จคอม/มือถือ จำนวนมากมายหลายจุด แน่นอนว่าชาร์จฟรีจนกว่าจะเบื่อ
- มีห้องประชุมให้เช่า คิดราคาเป็นชั่วโมงๆละ 200 บาท
- มีกาแฟ ชา เครื่องดื่มอื่นๆ น้ำเปล่า อาหาร จำหน่าย ราคาตามภาพ

อาหาร/เครื่องดื่มราคาสูงนิดนึง แต่ซื้อแล้วจะได้เน็ตฟรี 2 ชั่วโมง

โต๊ะในตำนาน นั่งแล้วจะได้งาน ส่วนมากโต๊ะนี้จะมีแต่ฝรั่งแล้วทุกคนจะตั้งใจมาก
บรรยากาศด้านใน แอบมีชั้นสองเล็กให้ขึ้นไปนั่งได้สองสามคน

ด้านหน้า CAMP

ป้าย CAMP

10 สิ่งที่ควรรู้เมื่อมาใช้งาน AIS CAMP


1. จงช่วยกันอุดหนุนอาหาร/เครื่องดื่มใน CAMP - อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าเขาให้บริการฟรีแทบทุกอย่าง เทียบกับข้างนอกถ้าเราไปใช้ co-working หรือร้านกาแฟ นั่งทั้งวันรวมแล้วจ่ายแพงกว่านะฮะ กับว่าเราช่วยอุดหนุนแล้วเขาจะได้อยู่กับเรานานๆ

2. อย่านำอาหาร/เครื่องดื่มจากข้างนอกเข้ามาใน CAMP - ไม่อุดหนุนเค้าก็ไม่ว่า แต่อย่าถึงขนาดเอาของข้างนอกเข้ามากินเลย ถ้าหิวก็ลงไปกินชั้นสี่ก็ได้ น้ำดื่มชั้นสี่มีขายขวดละ 10 บาท กินหมดแล้วค่อยเข้ามา ใจๆนะใจเขาใจเรา

3. ถ้าอยากใช้ WIFI ของ CAMP - ก็ต้องอุดหนุนอาหารหรือชา กาแฟ จะได้เน็ตมาใช้ 2 ชั่วโมง ถ้าอยากใช้นานกว่านั้น ให้เปลี่ยนมาใช้มือถือของ AIS (ไม่ได้ค่าโฆษณา) จะใช้ WIFI ที่ CAMP ได้ตลอดเวลา

4. จงแบ่งปันพื้นที่กับผู้อื่น - หลายครั้งเราเห็นหลายคนมาคนเดียวแต่ใช้พื้นที่เหมือนไปหลายคน วางของกระจัดกระจายเสมือนโต๊ะนี้เป็นของข้าคนเดียว บางเวลาคนมันเยอะคนมาทีหลังก็ไม่มีที่นั่ง ฉะนั้น ได้โปรดมีน้ำใจแบ่งปันพื้นที่กับผู้อื่น

5. จงมีมารยาทในการใช้พื้นที่ร่วมกัน - ถ้ามาที่นี่ คุณจะเห็นว่ามีการ "จองโต๊ะ" มันคือโต๊ะวิญญาณที่ไม่มีคนแต่จะมีสมุดหนังสือวางไว้ ผ่านไปเป็นชั่วโมงวิญญาณนั้นก็ยังไม่กลับมา คนอื่นจะนั่งก็ไม่ได้ ส่วนคนจองไว้ก็ไม่มานั่ง คือถ้าจะไปนานๆก็ช่วยเก็บของไปด้วยเถอะ กลับมาใหม่ก็ค่อยหาที่นั่งใหม่เอา แบบนี้นิสัยไม่ดี ไม่อายตัวเองก็อายคนอื่นเถอะครับ

6. เมาแล้วก็กลับบ้านไปนอนดีๆ - เพราะอยู่ติดดาดฟ้าเมญ่าที่เต็มไปด้วยร้านเหล้า แถมยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลยเป็นช่องให้บรรดาขี้เมาหัวใสมาแอบฟุบหลังผับปิด แนะนำให้เรียก Grab แล้วกลับไปนอนที่บ้านสบายกว่าเยอะ ที่ CAMP นี่ไม่มีตรงไหนนอนสบายเลย เชื่อเราๆลองแล้ว 

7. อย่ารบกวนคนอื่น - การรบกวนคนอื่นนั้นมีหลายแบบ ทั้งพูดคุยเล่นกันเสียงดัง นั่งสั่นขายุกยิก เอาเท้าเขย่าโต๊ะ ถอดรองเท้าแล้วตีนเหม็น อะไรทั้งหลายเหล่านี้ขอแนะนำว่าอย่าทำ มันเสียสมาธิทำงาน

8. เปิดประตูเข้าออกให้อ่านด้วยว่า Push หรือ Pull - อันนี้เจอหลายครั้งแล้วส่วนมากคนไทย คือไม่อ่านให้ดีแล้วก็ดันกันไปมาต่างคนต่างดัน Push แปลว่า ผลัก Pull แปลว่า ดึง มันเขียนว่ายังไงก็ทำตามนั้นเลยจะได้ไม่มีปัญหา

9. ห้องน้ำไปใช้ที่ชั้น 4 สะดวกกว่า - ห้องน้ำชั้นสี่กับชั้นห้าไม่เหมือนกัน ชั้นห้าจะเล็กมากมีไม่กี่ห้องเพราะต้องแชร์กับโรงหนัง ใช้ชั้นสี่ลงบันไดเลื่อนเดินไปเข้าทาง KFC จะเจอห้องน้ำอันยิ่งใหญ่อลังการ สะดวกสบายกว่ากันเยอะ

10. ลูกค้า AIS อย่าลืมใช้โปรโมชั่น - ไปดูตรงเคาน์เตอร์จะมีป้ายแปะไว้ ส่วนลด 5 บาทสำหรับเครื่องดื่มและ 10 บาทสำหรับอาหาร ลูกค้า Serenade ได้ลดมากกว่าอีกนิดนึง ลองไปใช้กันดูนะจ๊ะ

แถมท้าย

มีคนถามมาว่าที่ CAMP อะไรอร่อย ตอบยากจังเพราะเคยกินไม่กี่อย่างเอง กาแฟก็โอเคนะ คาปูร้อนก็ดี ช๊อคโกแล็ตร้อนก็โอเค ราเม็งต้มยำก็อร่อย คิดว่าคงอร่อยหลายอย่างแหละเพราะเห็นจานที่วางไว้บนโต๊ะก็หมดเกลี้ยงกันทุกที 

ใครที่มองหาที่ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ลองออกจากโต๊ะเดิมแล้วมานั่งที่ CAMP ดูได้ ผมลองแล้วพิสูจน์ด้วยตัวเองหลายครั้งว่าการมาที่นี่ได้งานมากกว่าปกติจริงๆ แต่ต้องเลือกนั่งข้างๆฝรั่งนะ พวกนี้เขาตั้งใจทำงานมากจนเรานั่งข้างๆรู้สึกว่าไม่ทำงานไม่ได้แล้ว ความขี้เกียจวิ่งหนีไป ประมาณนั้นเลย
5 itong2go: 2018 เมื่อก่อนชื่อ CAMP เฉยๆ ตอนหลังเลี่ยนเป็น AIS CAMP AIS CAMP คืออะไร มันคือสถานที่ให้คนมานั่งทำงาน มานั่งอ่านหนังสือได้ "ฟร...

ทำไมรีวิวเชียงใหม่ถึงจัดกิจกรรม outing ให้พนักงานบ่อยๆปีละหลายครั้ง

กิจกรรมพบปะพูดคุยกับ Creative ระดับประเทศ มาให้ความรู้กับพนักงาน
"เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการนั่งในห้องสี่เหลี่ยม"

ที่มาของความคิดที่จะให้มี outing บ่อยๆ

- สมัยก่อน เรามองว่าเราจ่ายเงินเพื่อซื้อเวลาของพนักงาน แต่ตอนนี้เรามองว่าเราจ่ายเงินเพื่อซื้อประสิทธิภาพของพนักงานมากกว่า

- คุณภาพของงานของบริษัท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพนักงาน แม้ผู้นำจะเก่งกาจเพียงใดแต่ก็ต้องอาศัยพลังของทีมงานที่มีประสิทธิภาพด้วย

- คนเราจะพัฒนาความรู้และประสบการณ์ขึ้นได้มีอยู่สองทางคือ 1. อ่านหนังสือ 2. เดินทางท่องเที่ยว สมัยนี้ให้คนมาอ่านหนังสือก็ยากละ ข้อสองคนจะชอบมากกว่า

- งานของเราต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ของคนในทีม การเรียนรู้จักกันนอกห้องทำงานช่วยให้รู้จักนิสัยใจคอกันได้เร็วกว่า

- บริษัทเราทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องกิน เรื่องเที่ยว พนักงานไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม ควรจะได้มีประสบการณ์ในด้านนี้ด้วย
จับกลุ่มทำกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ในระหว่างพักผ่อนที่รีสอร์ทใกล้แม่น้ำปิง ในเขตเมืองเชียงใหม่

อันนี้ไม่ใช่ออฟฟิศรีวิว แต่ของเราทุกครั้งที่เด็กฝึกงานจบหรือพนักงานลาออกก็จะมีเลี้ยงส่งกันเสมอ

กิจกรรมสนทนาพูดคุยระหว่างพักผ่อนที่ homestay ใกล้ตัวเมือง

นัดดื่มกันเบาๆหลังเลิกงาน เป็นเรื่องปกติของรีวิวเชียงใหม่

สรุปความหมายของการ outing ของรีวิวเชียงใหม่

- การได้ทำกิจกรรมร่วมกันของพนักงานนอกที่ทำงาน
- การได้ทำกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของพนักงานนอกออฟฟิศ
- กิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์ ทักษะในการติดต่อสื่อสาร การทำงานร่วมกันของพนักงาน

5 ผลลัพธ์ที่ได้จากการ Outing

1. พนักงานรู้สึกว่าได้พักผ่อน - มาทำงานก็เหมือนไม่ได้ทำ เพราะออฟฟิศพาไปเที่ยวบ่อยๆ การไปทำงานคือการไปเที่ยวไปกิน ทำให้รู้สึกอยากมาทำงาน เพราะทำงานเหมือนไม่ได้ทำงาน

2. พนักงานไม่เครียด - การ outing ผ่อนคลายไม่ซีเรียสเหมือนกับการส่งไปอบรมสัมมนา การ outing ที่ดีควรมีเป้าหมาย ไม่ใช่การไปเที่ยวโดยไม่มีสาระใดๆ

3. พนักงานมีทักษะในการทำงานเพิ่มขึ้น - อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะเน้นอะไรในการ outing ครั้งนั้นๆ แล้วก็วางแผนกิจกรรมไปแบบหลวมๆ หาเวลาที่ทุกคนสะดวกแล้วมาเล่นเกม ทำกิจกรรมกันขำๆ ให้ทุกคนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมนั้นๆด้วยตัวเอง

4. พนักงานรู้จักกันมากขึ้น - แน่นอนเพราะเขาได้ใช้เวลาด้วยกันโดยไม่ได้ออกไปไหน พอเวลา free time เขาก็จะได้เห็นว่าคนอื่นๆใช้เวลาว่างในการทำอะไร

5. พนักงานรู้จักบริษัทมากขึ้น - รวมถึงรู้จักแนวคิดของผู้บริหารมากขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มีความเข้าใจกับเป้าหมายของบริษัท รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรผ่านการทำกิจกรรมที่สนุกสนานร่วมกัน

สรุป Outing

- การทำ outing นั้นมีค่าใช้จ่าย เป็นต้นทุนของบริษัท ดังนั้น ไม่ควรจัด outing เล่นๆสนอง need ของตัวเอง

- การทำ outing มีต้นทุนเรื่องเวลา เพราะต้องใช้เวลาของพนักงานทุกคน เวลาเองก็เป็นต้นทุนที่สำคัญ ต้องบริหารเวลาให้ดี ใช้เวลาให้คุ้มค่า

- ทุกบริษัทที่ดี ควรจัดให้มี outing อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง จะช่วยเรื่องสุขภาพจิต ลดความเครียดของพนักงานได้มาก และยังช่วยลด turn over rate ให้ต่ำลงอีกด้วย

5 itong2go: 2018 กิจกรรมพบปะพูดคุยกับ Creative ระดับประเทศ มาให้ความรู้กับพนักงาน "เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการนั่งในห้องสี่เหลี่ยม...

ทำไมการเขียน Blog ถึงจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหลังจากการมาของ Social Media

เม่น - บล็อก อีกหนึ่งบล็อกคุณภาพที่ขอแนะนำ

สมัยก่อนมีอยู่ช่วงนึงที่คนนิยมเขียน online diary กัน ส่วนมากจะไปเขียนที่ exteen.com และก็ส่งแลกลิงค์กันไปมาสนุกสนาน เราว่ามันดีตรงที่จุดประกายให้คนที่ไม่เคยเขียนอะไรได้ลุกขึ้นมาลองเขียนดูบ้าง แม้จะเป็นเรื่องชีวิตประจำวันก็ถือว่าดีแล้วที่ได้ลองสร้างสรรค์งานขึ้นมา นั่นก็จัดว่าเป็นบล็อกแบบนึง
mommew บล็อกคุณแม่ลูกสามที่กำลังพยายามหาแนวทางบล็อกที่ชัดเจนของตัวเอง

ความหมายของ BLOG

ในยุคต่อมาก่อนที่ facebook, twitter, IG จะโด่งดัง ผู้คนนิยมเขียน blog เป็นเรื่องเป็นราวในสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือสนใจ ใครเชี่ยวชาญเรื่องอะไรก็จะเขียนเรื่องนั้นๆ บ้างก็เขียนคนเดียว บ้างก็เป็นหมู่คณะเล็กๆ (ถ้าใหญ่ก็จะกลายเป็น publisher/สำนักพิมพ์) ประเด็นสำคัญคือบล็อกที่ดีจะต้องมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ การเขียนปีละ 1-2 ครั้งจัดว่าน้อยเกินไป ส่วนตัวเราคิดว่าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งกำลังดี อย่างน้อยที่สุดเดือนนึงให้ได้สักสองครั้งกำลังแจ๋ว
itong2go บล็อกของเราเองดูจาก 7 บทความล่าสุดแสดงว่าเริ่มหาทิศทางของตัวเองได้แล้ว

7 เหตุผลที่คิดว่า BLOG กำลังจะกลับมา


1. บล็อกไม่ได้หายไปไหน - เพียงแต่ผู้คนลืมไปว่ามันเคยมีอยู่ คนเขียนบล็อกก็ยังอยู่แต่อาจอัพเดทน้อยลงเพราะก็มัวไปอ่านสื่อใหม่อยู่เหมือนกัน ส่วนคนอ่านทั่วไปก็ให้ความสนใจกับ main stream มากกว่า

2. ผู้คนเริ่มเบื่อความไวและเริ่มมองหาเนื้อหาที่มีคุณภาพ - ข้อดีของ social media คือมันไว ไวมาก เราเสพสื่อกันแบบไม่หยุดหย่อน ไม่ได้พักคิดวิเคราะห์ใดๆ ทุกสำนักแข่งกันว่าใครเร็วกว่าชนะ ผลลัพท์คือมีขยะคอนเทนต์เต็มไปหมด คนอ่านต้องการของดีๆใส่สมองไม่ได้ต้องการขยะ

3. ผู้คนจะมองหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถเข้าถึงได้ - ยุคต่อไปผู้คนจะมีเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลมากขึ้น สินค้าหรือบริการที่ใช้คำว่า "ครบวงจร" จะไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป คนจะมองหาผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพในด้านนั้นๆ บล็อกที่เขียนเฉพาะเรื่องเฉพาะทางจะได้รับความนิยมกว่าที่เขียนสะเปะสะปะไม่มีทิศทาง

4. ผู้คนบางส่วนจะชอบการอ่านมากกว่าการดูคลิปวีดีโอ - ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ยูทูปครองเมือง แม้แต่เฟซบุ๊คเองก็ยังต้องเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดคลิปวีดีโอ แต่จะมีคนจำนวนหนึ่งที่ชื่นชอบการอ่านเพราะเขารู้สึกว่ามันบังคับได้ ค่อยๆอ่านได้ ไม่ต้องรีบนักก็ได้ การอ่านตัวหนังสือมีข้อดีตรงที่มันได้ใช้จินตนาการต่างจากการดูคลิปหรือดูหนัง

5. ผู้คนจะมองหาอาชีพใหม่ๆ การเป็น blogger คืออีกหนึ่งทางเลือกอาชีพอิสระ - ในยุคหน้าที่อาชีพเดิมๆถูก disrupt โดยโรบอตและ AI ผู้คนจะตกงานกันมากมาย หนึ่งในงานที่หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนได้คือ งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น อาชีพ blogger จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหลายคน

6. คนที่เขียนบล็อกอยู่แล้วจะเขียนมากขึ้นและบ่อยขึ้น - คนที่ไม่เคยเขียนอาจจะไม่รู้ แต่คนที่เขียนบล็อกรู้ดีว่าเขาจะเก่งขึ้น จะพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เขียนบล็อก การเขียนออกไปสู่ผู้อ่านจำนวนมากในโลกออนไลน์ซึ่งอาจจะเป็นใครก็ได้ที่เข้ามาอ่าน ทำให้เรามั่วนิ่มไม่ได้ ต้องมีการคิดวิเคราะห์ คิดทบทวนสิ่งที่จะเขียน วางแผนการเขียน กำหนดหัวข้อการเขียน ทำให้เมื่อยิ่งเขียนมากก็ยิ่งเชี่ยวชาญมากนั่นเอง

7. ช่องว่างของการเป็น blogger ยังมีอยู่มาก ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านยังมีน้อย - ส่วนตัวคิดว่าเมืองไทยมีคนเก่งเยอะ คนเชี่ยวชาญเรื่องต่างๆเยอะ แต่การแบ่งปันความรู้กลับน้อยเกินไป ผู้คนคิดว่าอะไรก็ต้องไปโรงเรียนไปมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริงความรู้มหาศาลสามารถเผยแพร่ได้ทางอินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่างในเชียงใหม่ หาคนที่เป็น blogger จริงๆได้น้อยมาก ส่วนมากคนจะแห่ไปทำเพจกันหมดเพราะเห็นผลเร็วกว่า มุ่งเน้นกันเอาแต่ยอดไลค์ยอดแชร์ทั้งที่คอนเทนต์จริงไม่ได้มีอะไร ดังนั้น ใครที่เข้ามาเขียน blog ตอนนี้จึงถือว่าเป็น blue ocean เลยทีเดียว

แนะนำส่งท้าย

- หลายคนบอกว่าตัวเองไม่เชี่ยวชาญอะไรเลยก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไร อันนี้แนะนำให้ดูว่าเวลาว่างเราทำอะไร งานอดิเรกของเราคืออะไร สิ่งที่เราทำแม้ไม่ได้เงินนั่นแหละคือสิ่งที่เราสนใจและมีความเชี่ยวชาญ

- เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องอะไรดี มันตอบยากเพราะมีทางเลือกเยอะมาก ถ้าตอบแบบใกล้ตัวเราหน่อยก็น่าจะเป็นพวก รีวิวหนัง รีวิว gadget อุปกรณ์ไอที หรือบล็อกสร้างแรงบันดาลใจ บล็อกสอนทำธุรกิจก็น่าสนใจ สอนลงทุนซื้อหุ้นก็น่าสนใจเช่นกัน

- เขียนบล็อกที่ไหนดี เริ่มยังไงดี บล็อกเราเขียนที่ blogger.com โดยซื้อโดเมนเองต่างหากปีละ 300 บาท ถ้าไม่ซื้อโดเมนก็ได้เหมือนกันแต่ชื่อจะไม่สวย จะเป็น xxxxx.blospot.com มันจะจำยากนิดนึง แต่ตอนเริ่มต้นแนะนำเขียนไปสักเรื่องสองเรื่องก่อนแล้วค่อยซื้อโดเมน หรือจะลองไปเขียนที่ wordpress.com คนก็เขียนเยอะเหมือนกัน อ้อ และที่มาแรงเห็นเขาใช้กันก็ที่ medium.com

- ลองเขียนๆแล้วส่งลิงค์แบ่งกันดู เอามาแชร์กันได้ที่ช่อง comment เลยนะครับ มาร่วมกันสร้างชุมชน blogger ชาวเชียงใหม่ (ที่อื่นด้วยก็ได้) ไปด้วยกัน
5 itong2go: 2018 เม่น - บล็อก อีกหนึ่งบล็อกคุณภาพที่ขอแนะนำ สมัยก่อนมีอยู่ช่วงนึงที่คนนิยมเขียน online diary กัน ส่วนมากจะไปเขียนที่ exteen.com และก็ส่...

Facebook Comments

Recommended Post

[New Post] รีวิวชีวิตที่ลบแอพ Facebook ออกจากมือถือเป็นอย่างไรบ้าง

คือวันๆนึงผมจะได้เปิดคอมประมาณสองครั้ง และก็มีโอกาสเข้าเฟซบุ๊คแค่นี้แหละ แต่อยากจะบอกว่าชีวิตที่ไม่มีแอพนี้ในมือถือเราเจออะไรบ้าง 1. แ...