เผยแนวทางการบริหารออฟฟิศยุค 4.0 ในแบบของรีวิวเชียงใหม่

อันนี้เป็นเซ็ตถ่ายล่าสุดกับผ้ากันเปื้อนรีวิวเชียงใหม่ ใส่กันทั้งบ้านทั้งเมือง
คืองี้ครับ มันมีหลายคนคิดว่าการทำงาน การบริหารออฟฟิศไม่เห็นจะยากอะไร ก็จ่ายๆเงินเดือนแล้วคนก็ทำงานให้เราเอง มันก็อาจจะถูกบางส่วนนะแต่สำหรับที่รีวิวเชียงใหม่แล้ว เงินเดือนอาจไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้พนักงานอยากทำงานที่นี่ ลองมาดูกันครับว่าอะไรคือปัจจัยที่สำคัญสำหรับคนทำงานยุคใหม่

Key Competency ของรีวิวเชียงใหม่ปีนี้มีสามข้อคือ

1. Creativity - ความคิดสร้างสรรค์
2. Communication - การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
3. Acceleration - การเร่งความเร็ว

พนักงานที่จะเข้ามาทำกับรีวิวเชียงใหม่ จะต้องตอบโจทย์สามข้อนี้ได้หรือต้องแสดงออกให้เห็นได้ชัดว่าตนมีคุณสมบัติทั้งสามข้อดังกล่าว

ปัญหาในอดีต

- การบริหารงานแบบครอบครัว มันทำให้ธุรกิจไม่ไปถึงไหน พอจะไปข้างหน้าก็ติดอยู่กับคนรอบข้าง พนักงานจะเสนออะไรก็เกรงใจคนในครอบครัว ยิ่งทำงานที่บ้านด้วยแล้วยิ่งแยกเรื่องงานกับครอบครัวออกจากกันได้ยาก

- ไร้อนาคตในหน้าที่การงาน บริษัทตอบไม่ได้ว่าจุดหมายปลายทางของอาชีพพนักงานจะไปถึงไหน พนักงานจะเติบโตก้าวหน้าไปกับบริษัทได้อย่างไร เมื่อไม่เห็นแสงสว่างปลายทาง คนก็เลือกที่จะออกไปหาสิ่งที่ดีกว่าหรือดูมีอนาคตมากกว่า

- ผู้บริหารยึดติดกรอบความคิดมากเกินไป บางครั้ง CEO ที่เชื่อมั่นในความคิดตัวเองมากเกินไปก็ทำให้ลูกน้องไม่ได้แสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางบริษัท พอคนรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมก็ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เมื่อมีอะไรมากกระทบก็ทำให้หลุดออกไปได้ง่าย

- ทำเลที่ตั้ง/สถานที่ทำงานไม่น่าดึงดูดใจ บางครั้งออฟฟิศที่อยู่ไกลเกินไปก็ส่งผลต่อพนักงาน ทำเลที่ห่างไกลความเจริญ ห่างไกลร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งแฮงค์เอ้าท์ ก็ทำให้พนักงานรู้สึกถูกตัดขาดและไม่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตในยุคปัจจุบัน
ทำกิจกรรมนอกสถานที่บ่อยๆ ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทีมงานได้ดี

แนวทางการบริหารงานในปัจจุบัน

1. เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม - บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กมีคนไม่ถึงสิบคน การรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากแต่ละคนจะช่วยได้มากกว่าการมโนหรือคิดเอาเอง เมื่อมีปัญหาที่ต้องการแก้ไขก็จะโยนเข้ามากลางวง คนที่มีส่วนร่วมก็จะช่วยกันเสนอแนะแนวทาง ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองก็มีส่วนร่วมในบริษัทด้วยเช่นกัน

2. บริหารงานแนวราบ - คือไม่มีลำดับชั้นใดๆ ไม่มีหัวหน้าแผนก ไม่มีอาวุโสมาก่อนต้องเก๋ากว่า คนมาใหม่มีสิทธิแซงหน้าทุกคนได้ถ้าเขามีความสามารถ เงินเดือนไม่ได้เป็นไปตามอายุแต่ตามความสามารถและความรับผิดชอบ ทุกคนสามารถสื่อสารถึงกันได้โดยตรง รวมถึงสื่อสารกับ CEO ได้โดยตรงด้วยเช่นกัน ไม่ต้องผ่านคนกลางใดๆ

3. Remote Worker -  พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ที่มีอินเตอร์เน็ต ด้วยแนวคิดนี้ทำให้เราไม่จำเป็นต้องมีการลงเวลาเข้าออกงาน ไม่ต้องเช็คชื่อว่าใครอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่จะใช้ระบบวัดผลสำเร็จของงานเป็นหลัก วิธีนี้จะเน้นประสิทธิภาพของพนักงานมากกว่าเวลาที่พนักงานต้องอยู่ออฟฟิศ

4. ออฟฟิศต้องน่าทำงาน - สถานที่ตั้งออฟฟิศ การตกแต่งออฟฟิศ อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต้องเหมาะสมกับการทำงานในยุคไอที แม้พนักงานจะไม่ต้องเข้าออฟฟิศก็ได้เหมือนที่พูดในข้อที่แล้ว แต่การมีออฟฟิศที่น่าทำงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดให้คนอยากทำงาน เพราะสุดท้ายแล้วการเข้าออฟฟิศได้เจอเพื่อนร่วมงานก็ทำให้ได้งาน ได้ปรึกษาพูดคุยกัน ทำให้งานคืบหน้าไปได้รวดเร็วเช่นกัน

5. นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน - แอพใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นต้องถูกนำมาใช้ บางแอพแม้ต้องจ่ายเงินก็ต้องจ่าย เช่น Slack, Trello, Workplace, Workchat แอพเหล่านี้จะไม่ใช้ปนกับเรื่องส่วนตัวเช่น Line, Messenger เพราะต้องแยกเรื่องงานกับส่วนตัวออกจากกัน

6. ค่าตอบแทนต้องอยู่ในมาตรฐานอุตสาหรรมเดียวกันหรือมากกว่า - ต้องอย่าให้ค่าตอบแทนพนักงานต่ำกว่าอาชีพเดียวกันในสายงานเดียวกันโดยเฉพาะในพื้นที่เดียวกัน ถ้าจะให้ดีควรจะให้มากกว่าสักหน่อยนึงด้วย พร้อมตามด้วยค่าตอบแทนพิเศษ incentive ที่ตอบแทนให้ตามผลงานหรือความสำเร็จของงาน อย่าให้เงินเดือนนิ่งและไม่ขยับเป็นเวลานาน ผู้คนจะรู้สึกไม่มีอนาคตและไม่ก้าวหน้าไปไหน

7. พนักงานทุกคนสามารถเติบโตไปกับบริษัทได้ - มีการพูดคุยกันอยู่เสมอว่าเราจะเติบโตไปด้วยกัน แผนการเติบโตของบริษัทคืออะไร อย่างน้อยเงินเดือนต้องได้ปรับขึ้นทุกปี โบนัสต้องมี (แม้ว่าจะน้อยก็ต้องมีอะไรสักอย่างที่แสดงออกว่าบริษัทอยากจะให้) มีสวัสดิการดูแลสุขภาพของพนักงานอย่างดี อาจมีการให้ stock option ในบางกรณีด้วย
บริษัทจัดกิจกรรม outing กับพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน รวมถึงเป็นการพักผ่อนประจำปีด้วย (ปีนึงอาจมีหลายครั้งได้)

สรุป

บริษัทยุคใหม่จำเป็นมากที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของพนักงานที่เป็นคนยุคใหม่ และไม่ได้มีแนวความคิดแบบคนยุคเก่าอีกต่อไป แนวทางที่เหมาะกับคนไทยอาจเป็นการผสมผสานระหว่างแนวคิดแบบตะวันตกที่เคร่งครัดมีระเบียบวินัย กับแนวคิดตะวันออกที่เน้นความสัมพันธ์ ความยืดหยุ่นประนีประนอมต่อกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทั้งต่อตัวพนักงานและตัวบริษัทด้วยเช่นกัน
5 itong2go: March 2018 อันนี้เป็นเซ็ตถ่ายล่าสุดกับผ้ากันเปื้อนรีวิวเชียงใหม่ ใส่กันทั้งบ้านทั้งเมือง คืองี้ครับ มันมีหลายคนคิดว่าการทำงาน การบริหารออฟฟิศไม่เห็...

สรุปผลการดำเนินงานและปัญหาในการทำ Gomew Homestay on Airbnb ครบหกเดือน

ภาพที่เลือกใช้เป็นหน้าปกใน airbnb หลังจากเปลี่ยนมาแล้วนับสิบครั้ง
ที่จริงในวันที่เขียนนี้ก็เกินหกเดือนมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็สรุปหกเดือนแรกให้ดูกันก่อน เหมาะสำหรับคนที่กำลังลังเลจะตัดสินใจทำ airbnb หรือว่าทำไปแล้วแต่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ลองมาดูกันว่าที่ผมเรียนรู้ลองผิดลองถูกมาอาจจะมีอะไรที่ท่านอาจนำไปปรับใช้ได้

ที่มาของ Gomew Homestay

- เริ่มจากมีทาวเฮ้าส์เก่าซื้อไว้ทำออฟฟิศ ตอนหลังออฟฟิศย้ายออกไปอยู่นิมมานบ้านก็เลยว่าง และบ้านก็ทรุดโทรม (เป็นบ้านเก่า) ถ้าจะรีโนเวททั้งทีก็จะต้องเสียเงินเยอะ

- ไหนๆก็จะต้องเสียเงินทำใหม่เยอะแล้ว ถ้าปล่อยให้เช่ารายเดือนก็คงอีกนานกว่าจะคุ้มทุนและบ้านก็คงจะโทรมไปอีก ก็เลยคิดหาทางปล่อยเช่ารายวันแทน

- จากที่จะรีโนเวทแค่พอประมาณ พอจะปล่อยเช่ารายวันก็เลยต้องรีโนเวทใหญ่ให้ดีๆไปเลย คุณภาพการออกแบบ การบริการต้องได้มาตรฐานโรงแรม งบในการรีโนเวทถูกใช้ไปมากกว่า 50% ของราคาบ้าน (ยังไม่รวมเฟอร์นิเจอร์บางส่วนที่ยกจากบ้านเราเองไปอีก)

- ทำบ้านเสร็จแล้ว ก็ต้องมาลุ้นลูกค้ารายแรก เนื่องจากไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มากพอสมควร แต่แผนสำรองที่คิดไว้คือ ถ้ารายวันไม่เวิร์ค เราก็ยังเอามาปล่อยรายเดือนได้ โดยเลือกทำสิ่งที่ยาก คือการปล่อยเช่ารายวันก่อน
ปัญหาคือ ทำอย่างไรให้คนมาดูบ้านของเรา ท่ามกลางคู่แข่งที่มากมายมหาศาลและพร้อมจะตัดราคากันอย่างดุเดือด

หกเดือนแรก

ผลประกอบการ

- ดี ดีมาก ดีเกินความคาดหมาย ได้ลูกค้าตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดคือเดือน July 2017 โดยลูกค้ากลุ่มแรกเป็นวัยรุ่นชาวฮ่องกง มากันหกคน ตื่นเต้นรอต้อนรับด้วยตัวเอง พาไปซื้อข้าวน้ำ บริการด้วยหัวใจสุดฝีมือ ได้รับคำชมและเขียนรีวิวให้ดีมาก

- รายได้ ดีถึงดีมาก จากการขายเป็นรายวัน ทำให้มีรายได้ดีกว่ารายเดือนค่อนข้างมาก ทั้งกระแสเงินหมุนเวียนก็ดีกว่า เพราะ airbnb จ่ายเงินเร็ว คือหลังจากลูกค้าเข้าพักหนึ่งวัน ระบบก็จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีให้ รอ 3-5 วันก็จะได้รับเงิน รายได้เดือนๆนึงเอามาช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้มากทีเดียว

- แนวโน้ม ดี ถึงกับมีคนเชียร์ให้เปิดอีกสองสามที่ เพราะมองว่าเรามีศักยภาพทำได้ดี แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะการเปิดใหม่แต่ละที่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูง โดยเฉพาะถ้าจำเป็นจะต้องกู้เงินทั้งหมด จะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหนักและจะทำให้เหนื่อยและเครียด
ผลประกอบการหกเดือนแรก สังเกตเดือน SEP หายไปทั้งเดือน

ปัญหา

- ความไม่แน่นอน จากกราฟจะเห็นว่าเริ่มต้นดีในเดือนแรก เริ่มแผ่วลงในเดือนที่สอง และหายไปเลยในเดือนที่สาม หายไปเลยคือไม่มีแม้แต่บุ๊คกิ้งเดียวตลอดทั้งเดือน ยอมรับว่าจิตตกมากในเวลานั้น เพราะภาระค่าผ่อนในแต่ละเดือนยังคงเท่าเดิม เพิ่มเติมคือรายได้ที่ขาดหายไป

- เร่งไม่ได้ ระบบของ airbnb ไม่มีเปิดให้เรา boost post ซื้อโฆษณาได้เหมือนของ facebook ดังนั้น ที่คุณทำได้คือ ทำ listing ของตัวเองให้ดูดีที่สุดแล้วก็ต้องรอๆๆๆ ทำได้เต็มที่คือไปเปิดเพจแล้วก็เอาช่องทางนั้นช่วยโปรโมท airbnb อีกทีนึง ซึ่งลองดูแล้วไม่ค่อยจะตรงกลุ่มกันสักเท่าไหร่

- ระบบแนะนำให้ลดราคา ในระบบหลังบ้านของ airbnb เหมือนมันจะรู้ใจเรา พอเราไปกดที่ calendar มันจะขึ้นมาข้างๆบอกว่า listing แบบเดียวกับคุณเนี่ย เขาได้รับการจองนะ แต่ราคาของเขาเฉลี่ยจะต่ำกว่าคุณอยู่เท่านั้นเท่านี้บาท คราวนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะเล่นเกมราคากับเขามั้ย ก็เคยลองลดราคาเยอะๆดูเหมือนกัน ก็พบว่าได้ขายนะแต่จะได้ลูกค้าอีกแบบนึงที่สนใจแต่เรื่องราคาอย่างเดียวเลย ก็ต้องดูเอาเป็นเคสๆไปว่าเราอยากได้ลูกค้าแบบไหน ส่วนตัวคิดว่าการลดราคา ตัดราคา มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว การสร้างจุดเด่น เน้น identity ของแต่ละที่พักจะช่วยในระยะยาวได้มากกว่า
เรื่อง location แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องพยายามทำคะแนนส่วนอื่นให้ได้มากๆเข้าไว้

สรุปรอบหกเดือน

1. airbnb เป็นธุรกิจที่ดีแต่แลกมาด้วยความเหนื่อยและการที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจและปรับตัวได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกับธุรกิจบริการ โดยเฉพาะ airbnb ที่เน้นความสัมพันธ์กับแขกแบบเพื่อน แต่คุณภาพและความประทับใจต้องได้แบบโรงแรมห้าดาว คือมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่ที่ๆจะมาลองเล่นๆ ไม่ชอบก็เลิก ทำแบบนั้นไม่ได้นอกจากบ้านจะรวยล้นฟ้า งานนี้ใช้การลงทุนสูงและต้องรักษามาตรฐาน มีเรื่องให้ต้องแก้ไขปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ต้อง active and alert อยู่ตลอด

2. ทำเล ยังคงเป็นเรื่องสำคัญมาก ในช่องให้คะแนนจากผู้ใช้ แทบทุกช่องเราสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ยกเว้น location เพราะบ้านเราอยู่ตรงนี้ ในซอยนี้ ก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไง รถประจำทางก็ไม่มีผ่าน ที่ทำได้คือหาจุดเด่นของละแวกที่เราอยู่ให้เจอแล้วก็แจ้งแขกไปให้ครบถ้วน ส่วนคนที่ทำเลดีอยู่แล้วก็แนะนำให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะนั่นคือของขวัญจากธรรมชาติให้คุณได้มี unfair advantage เหนือกว่าคนอื่น ดังนั้นจงใช้ให้เป็นประโยชน์

3. การกู้เงินมาทำ airbnb อาจไม่ใช้คำตอบที่ดีนัก เพราะมันเป็นธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนสูง ถ้าหากกู้ทั้งหมดรายจ่ายต่อเดือนที่ต้องผ่อนก็จะสูงมาก ถ้าหากขายไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ก็จะเกิดความเครียดสะสม และถ้าหากผิดนัดผ่อนชำระก็จะโดนดอกเบี้ยทบต้น ค่าปรับผิดนัดเข้าไปอีก ดังนั้น แนะนำว่าธุรกิจนี้เหมาะกับคนที่มีที่ดิน มีบ้านอยู่แล้ว และต้องปรับปรุงเพียงเล็กน้อย ถ้าหากจะต้องกู้ก็แนะนำว่าควรกู้เพียง 50% ของราคาบ้าน สรุปคือ กู้ให้น้อยๆใช้หัวคิดให้มากๆ

4. โลกนี้ไม่ได้มีแค่ airbnb เจ้าเดียว ธุรกิจนี้เรียกว่า OTA (Online Travel Agency) มีเจ้าอื่นอีกเพียบ เราอาจกระจายความเสี่ยงโดยการไปลง listing ไว้กับเจ้าอื่นๆด้วย เช่น Agoda Home, Booking.com หรือ Expedia, Homeaway etc. อีกมากมายเอาตามที่ถูกจริตกับเรา ศึกษาข้อดีข้อเสียของแต่ละเจ้าแล้วก็ฝาก listing ไว้ได้เลย ข้อควรระวังคือการ over book ในกรณีจองมาชนกัน อันนี้ต้องระวังให้ดี อาจแก้ไขด้วยการใช้ฟังก์ชั่น sync calendar ที่มีให้ (บางเจ้า) ในกรณีเจ้าที่ไม่มีเราก็ต้อง manual ด้วยมือให้ทันเวลาก่อนที่จะเกิดการ over book

5. เตรียมตัวเหนื่อยแน่นอน ฟันธง ธุรกิจนี้แข่งขันกันที่ความพึงพอใจของลูกค้า รีวิวของลูกค้าแทบจะถือว่าเป็นพระเจ้าของธุรกิจเลยทีเดียว รีวิวแย่ๆสามารถชี้เป็นชี้ตายได้เลย ด้วยระบบที่ออกแบบมาบังคับให้เราต้องทำให้ดีที่สุด จึงต้องบอกไว้เลยว่า ต้องเตรียมตัวไว้เลยว่าคุณจะต้องเหนื่อยที่สุดทั้งร่างกาย ทั้งหัวคิด ทั้งความไว การโต้ตอบกับลูกค้า หลังจากนั้นพอได้รีวิวที่ดี คะแนนเฉลี่ยที่ดี ได้เป็น super host อะไรๆมันก็จะง่ายขึ้น คุ้มค่ากับที่เราทุ่มเทลงไป

จะจบละ ฝากอีกนิด ยังมีเรื่องความชำรุดเสียหายที่ต้องเตรียมตัวรับมือ มันจะมีของที่ต้องซ่อมเล็กๆน้อยๆ ถ้าเราเรียนรู้ที่จะจัดการเรื่องพวกนี้ได้เองจะช่วยได้มาก เช่น การเปลี่ยนที่ฉีดชำระ เปลี่ยนหลอดไฟ แก้ปัญหาน้ำรั่ว ปัญหาแมลงสาป เล็กๆน้อยๆพวกนี้ถ้าทำได้เองจะดีมาก ส่วนซ่อมใหญ่ๆไว้รวมกันแล้วเรียกช่างมาทีเดียวจะคุ้มค่ากว่า

หวังว่าคงได้แนวทางกันไปบ้างไม่มากก็น้อยนะฮะ ใครสงสัยหรืออยากรู้อะไรเพิ่มเติมทิ้ง comment ไว้ใต้เรื่องได้เลยจ้า ถ้าตอบได้จะรีบมาตอบให้เลย

อยากจองบ้านจะต้องทำยังไง

สนใจสำรองบ้านพัก คลิกลิงค์นี้ได้เลย https://www.airbnb.com/rooms/19509439

จองเรียนทำสบู่

จองเรียนทำสบู่ธรรมชาติ 100% คลิกเลยจ้า https://www.airbnb.com/experiences/272165

5 itong2go: March 2018 ภาพที่เลือกใช้เป็นหน้าปกใน airbnb หลังจากเปลี่ยนมาแล้วนับสิบครั้ง ที่จริงในวันที่เขียนนี้ก็เกินหกเดือนมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็สรุปหกเดือนแร...

Facebook Comments

Recommended Post

MOBIKE บริการจักรยานอัจฉริยะมาถึงเชียงใหม่แล้วจ้า ไม่เกิน30นาทีปั่นฟรีไปเลย!

คันนี้เอามาจากหน้าห้างเมญ่า ปั่นไปหน้ามช. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ที่มาของ mobike เชียงใหม่ เราก็เห็นมาเป็นอาทิตย์ๆละว่ามันมีจักรยานสีส...