หายไปไหนมาทำไมไม่เขียนบล็อกตั้งหกเดือน!!

ชีวิตบนรถไฟฟ้าตอนชั่วโมงเร่งด่วนของคนกทม.

เป็นเวลากว่าหกเดือนที่ห่างหายไปจากการอัพเดทบล็อก จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะอัพอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ย้อนมาดูพบว่าอัพเดทล่าสุดคือเดือนมีนาคม ตอนนี้คือเดือนกันยายน หกเดือนคุณหายไปไหน

อันนี้จะเล่าเหมือนเล่าให้เพื่อนกันฟังก็แล้วกันนะ คงไม่ได้แบ่งเป็นข้อๆเป็นประเด็นอะไร

เริ่มคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เป็นช่วงเดือนที่เราย้ายออฟฟิศกัน แล้วออฟฟิศใหม่ (ร้านฟ้าธานี) ก็ยังไม่เรียบร้อย ส่งผลให้พวกเราเป็น Digital Nomad กันแบบไม่ตั้งใจคือ ไม่มีออฟฟิศอยู่ ก็หกระเหเร่ร่อนกันไปตามร้านกาแฟ ตาม co-working space ต่างๆ จะประชุมกันที่ก็ต้องนัดหมายให้ดี ส่วนมากเราจะนั่งทำงานกันที่ CAMP และ Tiger Ted เป็นหลัก นั่นคือความวุ่นวายที่หนึ่ง

พอเริ่มเปิดร้านคือเดือนเมษายน ก็วุ่นวายเพราะร้านยังไม่เรียบร้อย ออฟฟิศยังเข้าใช้ไม่ได้เต็มที่ ร้านก็ยังเปิดไม่เต็มที่ แถมยังมีปิดสงกรานต์ยาว ไม่พอตัวเราเองยังพาลูกๆไปทริปใต้หวันอีกกว่าครึ่งเดือน เด็กๆก็ปิดเทอมต้องใช้เวลากับพ่อแม่ นั่นคือความวุ่นวายที่สอง

พอเรากลับมาปลายเดือนสี่เข้าสู่เดือนห้า นั่นแปลว่าเข้าสู่หน้าโลว์ซี่ซั่นของเชียงใหม่แล้ว เอ้า!! ยุ่งสิ ยอดขายไม่ดีเลย เงินดันเอาไปลงที่ร้านซะเยอะจบติดลบ แล้วยังไงล่ะเนี่ย ต้องมาวุ่นดูเรื่องบัญชีการเงิน ต้องมากอบกู้สถานะการณ์การติดลบ เอาตัวเองเข้าแลกกับร้านที่จะต้องทำยอดให้ได้ เมาทุกวันครับ55 แถมยังต้องตื่นเช้าด้วยเพื่อมาร้านมาออฟฟิศ แต่ถึงอย่างงั้นแล้วการเงินก็ยังไม่ดีขึ้น นี่คือความวุ่นวายที่สาม

หลังจากเดือนห้ามาเดือนหกเจ็ดแปด ก็ถึงได้รับรู้ว่ายอดขายที่แท้จริงของร้านเป็นอย่างไร ประกอบกับยอดขายของออฟฟิศเป็นอย่างไร โอ้ พระเจ้าช่วยทอดกล้วยให้หน่อย เหมือนนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง คือแม่ง ok  พร้อมๆกันหมดเลย (ok แปลว่า ตกลง) คือมึงจะไม่ให้กูพักบ้างเลยใช่มั้ย555 #วุ่นวายที่4

แล้วในช่วงเดือน 5-8 ก็ดันมีลูกน้องที่ไม่คิดว่าจะลาออกก็ดันมาลาออกไปช่วยงานที่บ้านซะอย่างงั้น เฮ้ย คือกำลังทำงานเข้าขากันไง อ้าว ไปซะละ แล้วยังไงละเนี่ย ก็ต้องหาคนมาแทนตำแหน่งนี้ก็วุ่นวายกันไปอีก #วุ่นวายที่5

ช่วงหน้าโลว์จะเป็นช่วงที่เจ็บปวดมาก คือ มันจะมีงานพอสมควรแต่ไม่เยอะ ปัญหาคือมันจะได้เงินช้ามาก แล้วเงินก็จะติดลบไปเรื่อยๆ เพราะค่าใช้จ่ายคุณคงที่แต่รายได้สวิงไปมา งงมั้ย คือไม่มีอะไรแน่นอนเลย ปวดหัวจนอยากลาออกไปรับราชการ 555 #วุ่นวายที่หก

ช่วงเดือนแปด ลูกน้องที่เราว่ามันต้องไปกับเรายาวๆแน่ๆมาลาออกอีกคนเพราะต้องไปช่วยงานที่บ้าน อะไรวะ!! อีกคนแล้ว (ย้อนไปดูความวุ่นวายที่ห้า) คือยังไงกันเนี่ย ทำไมไม่คุยกับที่บ้านมาแต่แรกว่าจะมาทำงานจริงจังนะ ไม่ได้มาเล่นๆ สรุปคือต้องไป เออ ตามนั้น เราต้องปรับแผนกันอีกแล้ว เหลือพวกเดนตายกันกี่ตัววะเนี่ย555 #วุ่นวายที่เจ็ด

ย่างเข้ามาถึงเดือนแปด สถานการณ์ที่ร้านก็ยังไม่ดีขึ้น ส่วนมากจะขายไม่ดี มีบางวันที่ขายดีแต่ยอดบิลกับยอดเงินก็ดันไม่ตรงกันอีก ง่ายๆคือ เงินหาย หายไม่น้อยด้วย อะไรอีกวะเนี่ย ยิ่งขายของก็ยิ่งขาดทุน ยิ่งขายดียิ่งติดลบเยอะ แล้วถ้าขายไม่ดีก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ โอย ปัญหารอบด้าน #วุ่นวายที่แปด

ปัญหาเรื่องเงินสดของร้าน คือนายทุนเขาไม่ได้ให้เงินมาเพิ่มแล้ว จะใช้จ่ายเงินแบบมือเติบไม่ได้แล้ว ต้องขายของให้ได้เงินแล้วเอามาหมุนเวียนในร้าน คราวนี้ยิ่งยุ่งไปใหญ่เพราะร้านก็ไม่ใช่จะขายดีแล้วจะเอาเงินสดมาจากไหน มันงูกินหางชัดๆ ข้อดีก็คือเวลานี้แหละเป็นเวลาที่ทุกคนจะระดมสมองออกมาสุดๆเพราะคุณจะตายไม่ได้ คุณต้องรอด555 ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่ #วุ่นวายที่เก้า

ช่วงเดือนท้ายๆเดือนแปดต้นเดือนเก้าโกวิทยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ ทั้งงานออฟฟิศรีวิวที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับเอเจนซี่กทม. ทีมที่ขาดหายไป การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ปรับโครงสร้าง ร้านที่ต้องทำยอดขาย น้องพนักงานคาเฟ่ที่เข้าๆออกๆ สต๊อกที่ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ห้องพักบนตึกที่ยังไม่แน่ว่าจะจัดการยังไง ลูกค้าที่มาพร้อมเรื่องวุ่นมหาศาล ลูกน้องที่แต่ละคนก็มีปัญหากันคนละแบบละอย่าง ไหนจะลูกๆ ไหนจะที่บ้าน ไหนจะ airbnb ที่ทำร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆ #วุ่นวายที่สิบ

สรุปจ่ะ


คือที่เล่ามาเนี่ย ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเลยนะ เอาคร่าวๆไปแบบนี้แล้วกัน ตอนนี้คือไม่มีอะไรเลย เล่าให้กันฟัง บอกต่อความเยอะ ถ้าชีวิตเลือกได้อย่าเยอะ555 น้อยๆเข้าไว้จัดการง่ายกว่านะเธอออออ

5 itong2go: September 2019 ชีวิตบนรถไฟฟ้าตอนชั่วโมงเร่งด่วนของคนกทม. เป็นเวลากว่าหกเดือนที่ห่างหายไปจากการอัพเดทบล็อก จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะอัพอย่างน้อยเดือนละหนึ่ง...

#สรุปทริปกทม. 09/2019

ชีวิตดีๆที่ลงตัวของคนกทม.
- ตั๋วเครื่องบินไปกทม.ไม่แพงเลย ราคาประมาณรถทัวร์ ที่เสียมากกว่าคือค่าเบียร์ตอนรอขึ้นเครื่อง
- แท็กซี่กทม.ขับซิ่งไปนะ รีบมากจะทำรอบให้ได้ว่างั้น
- ช่วงเดือนนี้อากาศกทม.ไม่ได้แย่นะ มันแค่มีฝนตกบ่อยๆแต่ไม่ได้ร้อนมาก
- ค่าแท็กซี่และแกร็บพอๆกันนะ และมีครั้งนึงที่เรียกแกร็บแล้วแท็กซี่มารับ แสดงว่าแท็กซี่ปรับตัวใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม
- ถนนแจ้งวัฒนะรถติดมาก เลี่ยงได้ควรเลี่ยง
- เจอคนเก่งระดับเทพอายุ 26 ปีเท่านั้นเอง พูดอังกฤษอย่างกับเป็นภาษาเกิด ทำธุรกิจขยายไปทั่ว southeast asia โอยอะไรวะเนี่ย เชียงใหม่เหมือนเป็นขนมหวานไปเลย555
- ร้านอาหารที่กทม.ราคาสูงกว่าเชียงใหม่ อย่างร้านที่ไปนี้ก็ถือว่าแพงนะ ส้มตำจานละ 140 บาท ถือว่าไม่ปกติอย่างแรงสำหรับเชียงใหม่
- Connection สำคัญมากแต่ที่มากกว่าคือคุณต้องเก่งจริงต้องสุดในงานที่ทำ ต้องดีที่สุดเท่านั้นถึงจะเป็นตัวจริงและมีที่ยืน

* ต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน แต่ความพยายามดิ้นรนถีบให้เราไปเท่ากันได้
* คนรู้ภาษาอังกฤษมีโอกาสในชีวิตมากกว่าคนไม่รู้
* คนสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตนจะได้รับโอกาสมากกว่าคนหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองเก่งแล้วดีแล้ว
* การได้รับความเอ็นดู การได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ก็สำคัญนะอย่าไปมองข้าม
* ทำความรู้จักกับผู้คนไว้ไม่เสียหาย คนที่มาเจอคุณก็คือคนที่คุณดึงดูดเข้ามาในชีวิต
* การทำงานใดๆควรใส่ใจรายละเอียดให้มาก ทำออกมาให้ดีที่สุดๆๆๆเท่าที่จะทำได้ ทำจนตัวเราเองไม่เห็นช่องโหว่ เพราะว่าเรายังเห็นแล้วคิดหรือว่าลูกค้าหรือคนอื่นจะไม่เห็น
* ทำรายการให้ใส่ใจกับนักแสดง หน้าตา การแต่งตัว อย่าให้หลุด ต้องการให้มีราคาก็ต้องใช้คนที่ดูมีราคาเหมาะสมกับแบรนด์ของลูกค้า
* ความคลุมเครือไม่ชัดเจนไม่มีข้อดีเลย
* Think Global, Act Local!!
* ถ้าไม่ต้องปากกัดตีนถีบ คุณก็ต้องมีความทะเยอทะยาน มีความกระหาย ไม่อย่างงั้นชีวิตคุณก็จะไปไม่ถึงไหน
* ชีวิตคนเชียงใหม่ต่างจาก กทม. มากๆ วิธีคิดวีธีการทำงานต่างกัน ถ้าอยากเก่งให้ไป กทม. อยากสบายชิวๆให้อยู่เชียงใหม่
* ทำธุรกิจต้องมีชั้นเชิง มีการต่อรอง อย่าหน่อมแน้ม อย่าโลกสวย
* เรื่องความรู้ โลกกทม.และเชียงใหม่ไม่ต่างกัน แต่เรื่องความเป็นมืออาชีพต่างกันมาก ที่เชียงใหม่เรื่อยๆก็ไปได้ ที่กทม.จะไม่มีที่ยืนให้คนไม่เก่ง ถ้าไม่จำเป็นหรือทำผลงานให้ทีมไม่ได้คุณจะไม่มีที่ยืน
* การเปิดร้านที่กทม.ใช้เงินเยอะกว่าเชียงใหม่มาก แต่ก็มีลูกค้ามากเช่นกัน คนกทม. “เดิน” ส่วนคนเชียงใหม่ “ไม่เดิน”
* ทำร้านที่เชียงใหม่ ที่จอดรถสำคัญมาก
* คนไทยไม่ยอมทำงานใช้แรงอีกแล้ว อย่างน้อยที่สุดคือต้องเป็น Manager
* การพูดคุยกับคนเก่งได้ความรู้ทางลัดยิ่งกว่าการอ่านหนังสือ แต่ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะดีและเหมาะกับเรา เลือกคนที่คบและเลือกหนังสือที่อ่านให้ดี
* การพบเจอพูดคุยกันต่อหน้าดีกว่าการแชทหรือ video call
* ลูกค้าซื้อสิ่งที่เขาเห็นว่าเราเป็น อยากขายของแบบไหนราคาไหนให้ทำให้ลูกค้าเห็นเราแบบนั้น ภาพลักษณ์ราคาถูกจะขายราคาแพงไม่ได้
* โลกของคนเชียงใหม่ยังแคบมาก ยังติดกับดักความคิดของตัวเอง
* ที่ กทม. มีงาน มีเงิน แต่อาจไม่ได้มีความสุขความสงบ
* เรียนรู้ที่จะอยู่เชียงใหม่ แต่ทำงานและคิดอย่างคน กทม.
* การพูดเรื่องในอดีตมีแต่จะทำให้ทะเลาะบาดหมางใจกัน เหมือนคนขับรถที่มองแต่กระจกหลัง ยังไงก็ต้องเกิดอุบัติเหตุจนได้
* คนพูดเก่งอาจไม่ใช่คนทำงานเก่ง ตรวจสอบให้ดี ให้ดูที่ผลงาน
* ร้านอาหารดีๆเก่าแก่ คนแก่จะไม่ค่อยบอกต่อคนรุ่นใหม่ กลัวคนจะมาเยอะ
* การบอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นคนปากหมาเป็นคนพูดตรงๆ ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะพูดอะไรก็ได้ ไม่ว่ายังไงคุณต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองอยู่ดี
5 itong2go: September 2019 ชีวิตดีๆที่ลงตัวของคนกทม. - ตั๋วเครื่องบินไปกทม.ไม่แพงเลย ราคาประมาณรถทัวร์ ที่เสียมากกว่าคือค่าเบียร์ตอนรอขึ้นเครื่อง - แท็กซี่กทม.ขับ...

Facebook Comments

Recommended Post

[New Post] รีวิวชีวิตที่ลบแอพ Facebook ออกจากมือถือเป็นอย่างไรบ้าง

คือวันๆนึงผมจะได้เปิดคอมประมาณสองครั้ง และก็มีโอกาสเข้าเฟซบุ๊คแค่นี้แหละ แต่อยากจะบอกว่าชีวิตที่ไม่มีแอพนี้ในมือถือเราเจออะไรบ้าง 1. แ...