ข้อคิดจากดราม่าร้านกาแฟย่านนิมมาน กรณีตอบกลับอีเมลคนสมัครงาน

อันนี้คืออีเมล์ที่คุณ... MD เจ้าของร้านตอบกลับคนที่สมัครงาน
ปกติไม่เน้นเรื่องดราม่านะครับ แต่อันนี้คิดว่ามันเป็นบทเรียนให้หลายๆคนได้แน่นอน เชื่อว่าหลายคนก็คงได้เห็นเรื่องจริงยิ่งกว่านิยายอันนี้ไปบ้างแล้ว ถ้ายังไม่ ผมจะเล่าให้ฟัง

ที่มา

เรื่องเริ่มต้นจาก ทีมงานเรามีหน้าที่สอดส่องโลกโซเชี่ยลตามปกติ แล้วก็มีส่งลิงค์แฟนเพจร้านกาแฟย่านนิมมานร้านนึงมาให้ผมถามว่าตกลงเค้ามีดราม่าอะไรกันหรอ ผมก็กดเข้าไปดูก็ไม่เห็นอะไร แว๊บนึงเหลือบไปดูคะแนนรีวิว เฮ้ยได้แค่ 1.7 จาก 5 คะแนนเต็ม อะไรกันวะ บ้าไปแล้ว ร้านนี้เราเคยได้ยินชื่อ เน้นขายพวกอาหารเข้า อยู่ใกล้ๆร้านเหล้าชื่อม้านั่งที่เราชอบไป ก็กดไปอ่านรีวิวคือมากันจัดเต็มมาก ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง ส่วนมากจะเป็นคนไทยที่มาต่อว่าการตอบเมลอันนี้ ส่วนฝรั่งจะมาติเรื่องมารยาทพนักงานซะเป็นส่วนมาก เดาว่าคงอ่านดราม่าภาษาไทยกันไม่ออก
อันนี้คือ resume ที่คนสมัครส่งมา หัวข้อสมัครงานคือ รับสมัครบาริสต้า หรือคนชงกาแฟ

ปัญหา

ก็นั่นแหละครับท่านผู้ชม ปัญหามาจากเมลที่ตอบคนสมัครไปนั่นแหละ และซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีกเมื่อคนที่เอามาโพสไม่ใช่ใครแต่เป็นเจ้าของร้านนี่แหละ เอามาโพสแถมเปิด public สาธารณะซะด้วย คือ แบบทิ้งตัวจัดเต็มกันเลยทีเดียว และก็อย่างที่รู้นะครับว่าในเน็ตเนี่ยมันไปไวมาก ยิ่งเรื่องแบบนี้คือ คนส่วนใหญ่เขาเห็นไปในทิศทางเดียวกันไง คือเขาไม่ชอบทัศนคติแบบนี้ คนไทยเขารับไม่ได้กับความอะไรแบบนี้ และมันก็ลงเอยด้วยการถล่มทุกช่องทาง แบบจัดหนักจัดเต็ม เอาแบบไม่ให้ผุดได้เกิดกันเลย เอาสั้นๆ คือมึงไม่เจ๊งกูไม่เลิก อารมณ์ประมาณนั้น และที่สำคัญ บ้านเราจัดเต็มกว่าจัดแบบพิเศษให้โดยการขุดเรื่องราวไม่ดีอื่นๆมาแถมให้ด้วย คือโดนด่ายันเงาว่างั้นเถอะ มีลูกลำบากลูก มีเมียลำบากเมีย มีธุรกิจก็ไปต่อลำบาก ลูกน้องก็ลำบาก ไม่มีใครได้อะไรจากการทำแบบนี้เลย
ล่าสุดเพจร้านปิดไปแล้ว คะแนนก่อนโดนถล่มอยู่ที่ 4.4 ก่อนปิดเหลือแค่ 1.2 จำนวนคนไลค์เพจห้าพันกว่าคน

ทางแก้ไขและป้องกัน

ในกรณีที่ผมอยู่ในวงการอินเตอร์เน็ต วงการโซเชี่ยลมานาน จากกรณีที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตให้ความเห็นไว้ดังนี้นะครับ

1. เมื่อทำพลาดแล้วต้องยอมรับและกล้าพูดขอโทษ

คนไทยยังไงก็คือคนไทย เป็นคนลืมง่าย คือจุดติดง่ายแต่ก็ดับเร็ว เพราะเดี๋ยวเขาก็ไปสนใจเรื่องใหม่กันแล้ว แต่ถ้าเจอคนหัวแข็ง ไม่สนชนดะ แบบนี้พี่ไทยถึงไหนถึงกันนะครับ ทางที่ดีกับครอบครัวและธุรกิจยอมไปก็ไม่เสียหาย คุณไม่ได้จะสู้กับคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่นี่คือคนเป็นล้านคนนะ คิดดูดีๆ

2. เมื่อทำธุรกิจ การใช้ social media เป็นเรื่อง sensitive

จำให้ขึ้นใจเลยครับว่ามันสำคัญมากจริงๆในยุคนี้ ไม่งั้นคุณจะสร้างแฟนเพจ สร้างทวิตเตอร์มาทำไม และไม่ใช่แค่ account business เท่านั้นที่สำคัญ Profile account ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะเมื่อทำธุรกิจคือคุณอยู่ที่สว่าง อยู่ในที่ๆคนเห็นและพร้อมจะจับผิดหรือหาเรื่องได้ตลอด ผู้คนเขาเข้าไปส่องหมดแหละครับ เขารู้ว่าใครเป็นเจ้าของอะไรยังไง social media มันเหมือนดาบคาตานะของญี่ปุ่น มันเป็นดาบที่คมมากใช้ฟาดฟันอะไรก็ขาดหมด แต่เผลอกรีดข้อมือตัวเองทีเดียวก็ดับได้เหมือนกัน

3. only Positive Thinking that allow on Social Media

ข้อนี้คนอื่นจะคิดยังไงผมไม่รู้นะ บางคนอาจโด่งดังด้วยเรื่องลบๆ แต่ผมกลับเห็นว่าเรื่องดีๆ ภาพลักษณ์ดีๆ อาจไม่พาให้เราดังเปรี้ยงปร้างแต่มันทำให้เราอยู่ได้นาน และยิ่งถ้าคุณมีลูก มีลูกน้อง คุณก็ต้องอยู่ให้ได้นานจนกว่าจะส่งพวกเขาสำเร็จ หลายคนอาจคิดว่าเอาความคิดแบบฝรั่งมาใช้ยังไงก็เวิร์ค ป่าวเลย มันอยู่ที่บริบทการใช้ ความคิดฝรั่งไม่ได้ใช้ได้ทุกเรื่องในสังคมไทย ตัวผมเองก็คิดแบบฝรั่งหลายเรื่อง มีหลายเรื่องที่ผมไม่ได้พูดออกมา เพราะมันไม่จำเป็น และที่สำคัญผมต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้ได้ในสังคมนี้ เพราะลูกผมอยู่ที่นี่ บ้านผมอยู่ที่นี่ ธุรกิจของผมก็อยู่ที่นี่ ผมไม่มีความจำเป็นต้องไปแลกอะไรเพื่อแสดงถึงอุดมการณ์บ้าบอคอแตก ไม่มีจะแดกสิเรื่องใหญ่

4. เราอยู่ในยุคของยอดฝีมือนักแคปหน้าจอ ทำงานร่วมกับนักสืบพันทิพย์

อย่าคิดว่าที่คุณโพสแบบเฉพาะเพื่อน หรือในกรุ๊ปไลน์เฉพาะ หรือในแชทส่วนตัวมันจะไม่หลุดออกมาข้างนอก ท่องไว้เลยครับว่ามันหลุดออกไปแน่ๆ ดังนั้น ถ้ายังไงสิ่งที่เราพิมพ์ลงในเน็ตมันต้องหลุดออกไปแน่ๆ ถ้างั้นก็เลือกส่งแต่สิ่งดีๆออกไปก็แล้วกัน อย่าลืมว่าถ้าทีมนักสืบตั้งใจจะคุ้ยอะไรแล้วเนี่ย เขาค้นทั้งวันก็ยังได้ เขาทำงานแทบจะ 24 ชั่วโมง ทีมงานไม่รู้กี่ชีวิต แถมทำงานด้วยจิตอาสาอีก แล้วคุณเป็นใครถึงจะมาต้านเขาได้

5. ทัศนคติที่ดีสำคัญมากสำหรับคนเป็นผู้นำ

อันนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคนไนซ์ สุภาพ จ๊ะจ๋าทุกคำแบบนี้นะ มันหมายถึงจุดยืนความคิดเห็นของคุณต่อสิ่งต่างๆ ต่อผู้คน ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสิ่งของ ลองคิดดูว่า คุณเคยเจอคนพูดจาดีแต่นิสัยเหี้ยมั้ย แล้วคุณเคยเจอคนพูดเหี้ยๆแต่ฟังดูจริงใจแล้วคุณชอบเขามั้ย มันมีคนไปเม้นร้านนี้ใน tripadvisor มีหลายเม้น หลายปีแล้วด้วย ไม่ได้เพิ่งมาเม้นสดๆตอนนี้ ไม่มีใครบ่นเรื่องอาหารมีแต่ต่อว่าเรื่องมารยาทของพนักงาน แล้วคุณคิดว่ามารยาทของพนักงานมันจะมาจากใคร หางมันย่อมส่ายตามหัว น้ำก็ต้องไหลจากบนลงต่ำ กรณีนี้ผมว่าเรื่องนี้แหละที่เป็นปัญหาหลักๆเลย 

พอแล้วดีกว่า อ่านมาถึงนี้แล้วหลายคนคงได้อะไรไว้ป้องกันตัว ป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนใครที่พลาดไปแล้วหากแก้ไขอะไรได้ก็ให้รีบเถอะ สงสารคนรอบตัวที่ต้องรับผลไปด้วย อีโก้แบบผิดๆไม่ได้ช่วยอะไรคนนะครับ มันฆ่าคนต่างหาก
5 itong2go: February 2018 อันนี้คืออีเมล์ที่คุณ... MD เจ้าของร้านตอบกลับคนที่สมัครงาน ปกติไม่เน้นเรื่องดราม่านะครับ แต่อันนี้คิดว่ามันเป็นบทเรียนให้หลายๆคนได้แน...

ปัญหาของ mobike กับพฤติกรรมของคนเชียงใหม่ ข้อคิดเห็นจากการเฝ้าดูมาสองอาทิตย์

ปั่น mobike แล้วจะจอดที่ไหนกันดีพวกเรา

ความเดิม

อันนี้จะต่อจากตอนที่แล้ว ใครยังไม่ได้ คลิก ไปอ่านก่อนจะได้ไม่งงว่า mobike คืออะไร

ผลที่เกิดขึ้น

เรื่อง mobike ทำสถิติยอดผู้อ่านสูงสุดของ blog itong2go.com เกือบสองหมื่นครั้งในเวลาเพียงยี่สิบวัน

หลังจากปล่อยเรื่องไป คนอ่านคือแบบว่าเยอะมาก แสดงว่าผู้คนให้ความสนใจเจ้าจักรยานอัจฉริยะนี่จริงๆ หลังจากนั้นเราลองไปค้นใน google คำว่า "mobike เชียงใหม่" ปรากฎว่าของเราอยู่อันดับที่หนึ่ง อยู่ก่อนสำนักข่าวใหญ่เสียอีก
อันดับหนึ่งและอันดับสาม คือคอนเท้นในเครือของเราเองทั้งสิ้น
อันนั้นคือผลที่เกิดขึ้นในเน็ต มาดูตามท้องถนนกันบ้าง ปรากฎว่ามีคนปั่นกันเยอะขึ้น ทั้งคนจีน ฝรั่ง ไทย ปั่นกันมั่วไปหมดละ และพบว่าตามซอกซอยก็มี mobike จอดอยู่มากกว่าเดิม ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ว่าคนไม่รู้ว่า mobike คืออะไรแล้วล่ะ แล้วมันคืออะไร
นักศึกษาใช้ mobike ในมช.


ปัญหาที่พบหลังจาก mobike มาเปิดให้บริการที่เชียงใหม่

1. จอดไม่เป็นที่เป็นทาง จอดมั่ว จอดทิ้งข้างทาง

ภาพหน้าปกเลย จอดโดดเดี่ยวข้างกองขยะ
อันนี้เห็นหลายที่ละ ไม่รู้ว่าคนที่ทำเป็นคนชาติไหน คือจิตสาธารณะบ้านเรามันยังน้อยไปนะ ยิ่งเห็นว่าไม่ใช่ของตัวเองก็เอาใหญ่เลย จอดทิ้งจอดขว้างไม่ดูแลรักษา ไม่คิดถึงคนที่จะมาเก็บหรือมาใช้ต่อ

เอาเป็นว่าแนะนำอย่างงี้ก็แล้วกัน คืออย่าให้น่าเกลียดมาก คิดซะว่าถ้าเป็นจักรยานของเราเองเราจะจอดยังไง แล้วก็จอดแบบนั้นก็พอละ ไม่ต้องมีจิตสำนึกยิ่งใหญ่อะไรหรอก แค่ช่วยตัวเองก็ถือว่าได้ช่วยสังคมส่วนรวมแล้วล่ะ
อันนี้จอดเป็นระเบียบดีที่ห้างเมญ่า

อันนี้ก็ที่เมญ่า ไม่รู้ว่ายามมาช่วยจัดระเบียบหรือเปล่า แต่ก็ดูดี


2. การทำลาย mobike

ตะกร้าถูกถอดออกจาก mobike ภาพถ่ายจากสนามกีฬาเทศบาลเชียงใหม่
ครับ อ่านไม่ผิดครับ มีการทำลาย mobike เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ เราได้ยินข่าวว่ามีการทำลาย mobike เกิดขึ้นที่จังหวัดอื่นแต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ เพราะนิสัยของคนเมืองปกติไม่น่าจะทำลายข้าวของโดยความคึกคะนองมากนัก ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีการทำลายหรือถอดขึ้นส่วนของ mobike มากนัก บริษัทเขาจะได้มีรถไว้ให้เราปั่นกันต่อ ช่วยๆกันรักษาของหน่อยนะครับ

3. เอา mobike ไปจอดไว้ในบ้านของตัวเอง

เห็นเมื่อวานนี้เอง ไม่ได้จอดถ่ายรูปไว้ คือ เหมือนจะเป็นเกสเฮาส์นี่แหละ ปกติพวกเกสเฮาส์ก็จะมีจักรยานไว้บริการให้แขกไง แต่ที่นี่คือเป็น mobike เลย จอดเรียงเป็นตับ เราก็เฮ้ย แบบนี้ก็ได้หรอวะ คือคนทั่วไปที่ไม่ใช่แขกเขาอาจจะไม่กล้าเดินเข้าไปเอาไง และเรามองว่าถ้าคุณจะเอาเข้าไปจอดอย่างงั้น คุณต้องห้ามปิดรั้วนะ ถ้าคุณปิดรั้วเมื่อไหร่นี่คือเจตนาจะเอาไปเป็นของตัวเองทันทีเลยนะ ทางที่ดีเราว่าเอาจอดข้างนอกพื้นที่ส่วนตัวดีกว่า คนอื่นจะได้เอาไปใช้ได้สะดวก

ช่วยๆกันครับ บริการดีๆแบบนี้จะได้มีให้เราใช้ไปนานๆ บริษัทเขาจะได้เพิ่มรถให้เราไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายสุขภาพแข็งแรง ลดปัญหาการจราจรได้ผลยิ่งกว่ารถเมล์ รถไฟฟ้าใดๆเสียอีก

5 itong2go: February 2018 ปั่น mobike แล้วจะจอดที่ไหนกันดีพวกเรา ความเดิม อันนี้จะต่อจากตอนที่แล้ว ใครยังไม่ได้ คลิก ไปอ่านก่อนจะได้ไม่งงว่า mobike คืออะไร ...

Facebook Comments

Recommended Post

[New Post] รีวิวชีวิตที่ลบแอพ Facebook ออกจากมือถือเป็นอย่างไรบ้าง

คือวันๆนึงผมจะได้เปิดคอมประมาณสองครั้ง และก็มีโอกาสเข้าเฟซบุ๊คแค่นี้แหละ แต่อยากจะบอกว่าชีวิตที่ไม่มีแอพนี้ในมือถือเราเจออะไรบ้าง 1. แ...