Update ความคืบหน้า Virtual Office (2 weeks)

มาอัพเดทให้ทราบถึงผลและสภาพการทำงาน Virtual Office ของบริษัท โกมิว ให้ฟังกันครับ หลังจากผ่านมาสองอาทิตย์ ก็มีคนรู้จักกันที่ทราบเรื่อง ถามไถ่กันเข้ามาหลายท่าน ว่าเป็นยังไงบ้าง work มั้ย เจอปัญหาอะไรมั้ย

ผ่านไปสองอาทิตย์ เราประชุมกันไปแล้วสองครั้ง
ครั้งที่ 1 ประชุมออนไลน์ผ่าน Skype โดยตัวผมขับรถอยู่ สิ่งที่ได้รับ
- ทุกคนดูตื่นเต้นกับการประชุมแบบนี้
- คนที่นำประชุมต้องเก่งพอสมควร คอยจับประเด็นทีละหัวข้อ เพราะจะหลุดง่าย บางทีแย่งกันพูด
- ใช้เวลาไปทั้งสิ้นประมาณ 45 นาที
- ลูกน้องลาออก 1 คน ในการประชุมครั้งนั้น ให้เหตุผลว่า เขาต้องการทำงานกับคน ไม่ชอบทำงานกับคอมสักเท่าไหร่ ขอลาออกตอนนี้ (ประมาณต้นเดือน) และจะออกตอนสิ้นเดือน ผมตัดสินใจให้เขาออกได้เลย มีผลทันทีตั้งแต่วันนั้น
- คนอื่นๆ ร่วมวงประชุมอยู่ด้วย ก็ได้ยินทราบเรื่องด้วยกันทั้งหมด
- สรุป เราก็ได้ตามงานที่ค้าง คอยแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดจากการทำงานที่บ้าน และผมต้องแก้ไขปัญหาเรื่องคนที่ลาออกไป ด้วยการ ทำงานส่วนนั้นเอง/ติดต่อจ้าง Freelance มาคอยรับทำงานในส่วนนี้แทน
- ใจคิดเรื่องอยากหาคนมาทำประจำ แต่ทบทวนดูว่าตำแหน่งดังกล่าวพนักงานประจำมักสร้างปัญหามากกว่าคำตอบ ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงอาจต้องทดลองการจ้างงาน/คน ในรูปแบบอื่นดูบ้าง

อาทิตย์ที่สองนัดประชุมกันร้านแมค กาดรวมโชค คนจากเดิม 5 คนที่ว่าน้อยอยู่แล้ว วันนี้เหลือ 4 คน ดูรูปกันก่อน แล้วค่อยอ่านต่อนะ

นัดกันเที่ยงตรง มีโชคพลาซ่า ขับรถจากบ้านประมาณ 10-15 นาที
ผู้ร่วมประชุม 4 คน มี ผม พี่มิวกราฟฟิค พี่ปูแอดมิน น้องหนุ่มโปรแรกมเมอร์
แอดมินตามงานจากโปรแกรมเมอร์ ผมนั่งฟังคอยแก้ปัญหา

ไหนลองบอกปัญหามาซิ ว่างานนี้ติดอะไร ทำไมลากยาวจังเลย

ผมทำเต็มที่แล้วคร้าบบ แต่ลูกค้าเขาเปลี่ยนบ่อยน่ะพี่ อืมมม

ประชุมเสร็จ ไปกินอาหารเวียตนามเพื่อสุขภาพกัน จานนี้ แหนมเนือง

ไม่รู้ชื่ออะไร ไม่ได้สั่ง น้องคนไหนสั่งไม่รู้ ชิมไปหนึ่งคำ

ขนมเบื้องญวน

กินๆๆๆ หม่ำๆๆ จานซ้ายสุดแหนมคลุก ของโปรด

สิ่งที่ได้จากการประชุมครั้งนี้
- น้องๆชอบระบบการทำงานแบบนี้ ได้มีเวลามากขึ้น ประหยัดเวลาเดินทาง ค่าเชื้อเพลิง อาหารกลางวัน
- ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ตามงานใกล้ชิดกว่าเดิม คุยกันมากขึ้น (โทรและแชท)
- ไม่เครียดกับเจ้านาย เพราะไม่ต้องเจอ สนใจแต่ว่างานที่รับผิดชอบจะเรียบร้อยไหม
- ทุกคนยังเคร่งครัดในการส่ง To Do List and Daily Report กันตามปกติ
- ได้ Content เยอะขึ้นมาก (ยิ่งกว่า double) ทั้งจากทีมเราเอง และจาก freelance มืออาชีพ
- รายได้จาก Adsense เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50%
- มียอดจอง Agoda เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50%
- มีลูกค้าติดต่อเข้ามาสนใจสอบถามเรื่องโฆษณามากกว่าเดิม ส่วนหนึ่งเกิดจากเรา active ที่จะคุยกับคนมากขึ้นด้วย เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาบริหารงานในออฟฟิศมากนัก

สิ่งที่เสียไป/ต้องปรับตัว
- บรรยากาศความเป็นออฟฟิศที่คึกคัก คิดว่าทุกคนคงจะเหงาพอสมควร ส่วนผมนั่งทำงานกับภรรยาที่บ้านก็ไม่เหงามาก สงสารน้องๆเหมือนกัน แต่เชื่อว่าทุกคนคงหาทางออกได้
- ออฟฟิศต้องปรับตัว เลือกโฟกัสทำสิ่งที่ตัวเองถนัด และเป็นเป้าหมายที่แท้จริงเท่านั้น โดยทุกคนต้องเข้าใจร่วมกัน คือ เราไม่เป็นบริษัท web design อีกต่อไป คือ เราไม่รับทำเว็บให้คนอื่นแล้ว (ถ้าทำก็แพงไปเลย - เชียงใหม่ไม่มีใครเอา) แต่เน้นมาโฟกัสทำและพัฒนาเว็บทั้งหลายของเราเอง ซึ่งมีอยู่หลายเว็บ พูดง่ายๆคือ ทำ Content, Develop Website, manage advertising แค่นั้นพอ สิ่งที่เสียไปแน่ๆคือ รายได้จากการรับทำเว็บ ซึ่งมีแนวโน้มลดต่ำลงมาเรื่อยๆอยู่แล้ว

ไว้จะมารายงานเพิ่มเติมนะครับ แต่ตอนนี้ผมอยากเขียนเรื่อง ทำไมถึงเลิกทำเว็บ (ให้คนอื่น)  ก่อนนะ ไม่เกินพรุ่งนี้ครับได้อ่านกัน


Govit Thatarat
Twitter @itong2go

5 itong2go: June 2012 มาอัพเดทให้ทราบถึงผลและสภาพการทำงาน Virtual Office ของบริษัท โกมิว ให้ฟังกันครับ หลังจากผ่านมาสองอาทิตย์ ก็มีคนรู้จักกันที่ทราบเรื่อง ถามไถ่...

Gomew ลองใช้ Virtual Office เข้าสู่วันที่สาม

จากที่ได้ไปอ่าน blog ของคุณ @iPattt เรื่อง Virtual Office ก็เลยจุดประกายความคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมเราต้องทำเหมือนออฟฟิศอื่นๆด้วยล่ะ ในเมื่อเราออกจะทันสมัยก้าวล้ำไอทีซะขนาดนี้ เพราะทุกวันนี้มาออฟฟิศก็แทบไม่จำเป็นต้องคุยกันอยู่แล้ว ทุกอย่างชัดเจนว่าเราจะทำอะไร กำลังทำอะไร แผนงานเป็นอย่างไร ส่งงานก็ใช้อีเมล์ กระดาษแทบไม่ได้ใช้เลยนอกจากแอดมินปรินท์ใบวางบิลส่งลูกค้า

ที่จริงผมเคยได้ยินเรื่อง Virtual Office นี้มาก่อนหน้านี้แล้ว จากเพิื่อนชาวออสเตรเลีย เขาบอกผมว่าเขาเปิดบริษัทที่กรุงเทพ เพื่อทำธุรกิจโดยบริษัทมีที่อยู่จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่บริษัทไม่มีจริง มีเบอร์โทร เบอร์แฟ๊กซ์ อีเมล์เหมือนบริษัททั่วไปทุกอย่าง ที่สำคัญมีห้องประชุมให้ใช้ด้วย ตัวเขาเองทำงานที่บ้านกับภรรยา ผมก็ทราบเพียงเท่านี้ได้แต่แปลกใจว่ามีจริงหรือ

ภาพในหัวของเราคือ บริษัทจะต้องเป็นที่รวมของกลุ่มคนที่มาทำงาน ทำธุรกิจร่วมกัน มีโต๊ะทำงาน มีการประชุม มีมุมกาแฟ มีโต๊ะผู้จัดการ มีห้องประชุม ฯลฯ ซึ่งก็ถูกต้องตามแบบทั่วไป แต่มันไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นไปซะทั้งหมด โดยเฉพาะกับบางบริษัทที่สามารถใช้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และการสื่อสารมาช่วยได้ ลองคิดดูว่า มันจะดีกว่ามั้ยที่ทุกคนจะประหยัดเวลาเดินทางไปกลับวันละ 1-2 ชั่วโมงเพื่อได้อยู่กับครอบครัว ได้พักผ่อน ประหยัดค่าน้ำมันค่าเดินทาง มีเวลามากขึ้น ทำงานไปด้วยเหมือนพักผ่อนไปด้วย ได้ดูแลลูกหรือคุณแม่ที่แก่เฒ่า ได้เฝ้าบ้าน เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว

จาก blog ของคุณ @iPattt บอกว่าระบบที่ควบคุมคนคือควบคุมทางลบ คือการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ทั้งฝ่ายเจ้านายและฝ่ายลูกน้อง ผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็นคือต้องตั้งกฎเกณฑ์มาบังคับกัน ต่างคนก็ต่างอึดอัด สู้เราลองมาคิดใหม่ดีมั้ยว่า เรามาสร้างระบบที่เชื่อใจกันและกัน มีการควบคุมอย่างหลวมๆ เน้นที่ประสิทธิภาพของงาน (ผลงานที่ดี) มากกว่าเน้นให้คนมานั่งกันให้หมดไปวันๆแล้วก็ไม่ได้งานอะไร

ลูกน้องที่จะทำแบบนี้ได้ จะต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง บังคับตัวเองได้ มีทักษะการสื่อสารที่ดี ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆได้คล่อง หัวใจสำคัญน่าจะอยู่ที่ แอดมิน ซึ่งเป็นตัวกลางประสานงานต่างๆให้ดำเนินไปด้วยดี ส่วนคนอื่นๆทีีมีหน้าที่รับผิดชอบประจำอยู่แล้วก็ทำของตัวเองไป ตั้งกฎประชุมอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง เจอหน้ากันทุกคนอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง พนักงานทุกคนเป็นพนักงานถูกต้องตามกฎหมาย เหมือนออฟฟิศทั่วไปทุกอย่าง ทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่ย้ายที่ และปรับระบบการสื่อสาร การประชุม นิดๆหน่อยๆ

ขั้นตอนการเริ่ม Virtual Office ของ Gomew
1. หาข้อมูลว่ามันคืออะไร สามารถใช้กับองค์กรเราได้ไหม
2. มามองดูว่าแต่ละตำแหน่ง จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวันไหม ถ้าจำเป็นเขาต้องเข้ามาทำอะไร ถ้ามีแผนงานล่วงหน้าเขาสามารถทำงานจากที่บ้าน หรือที่อื่นๆได้ไหม
3. ปรึกษากับแอดมินว่าสามารถทำได้หรือไม่ เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร ปัญหาที่คาดว่าจะเจอมีอะไรบ้างและคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร
4. แจ้งทุกคนว่าต่อไปเราจะทำงานที่บ้านใช้รูปแบบ Virtual Office ให้ทุกคนเตรียมตัว บ้านทุกคนจะต้องมีเน็ตที่เร็วพอสมควร ไม่ติดๆดับๆ
5. กำหนดวันที่จะขนของไปบ้านพนักงาน เตรียมเก็บของ แพ๊คของ
6. กินข้าวด้วยกันครั้งสุดท้าย ไปส่งพนักงานทุกคนที่บ้าน ช่วยติดตั้งคอมและอินเตอร์เน็ต ปรินท์เตอร์ ระบบไมโครโฟนและหูฟัง ทดสอบให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหา
7. กลับบ้านใครบ้านมัน ทดลองทำงาน

ทั้งนี้ เราเพิ่งเริ่มมาได้สามวัน ยังไม่เจอปัญหาอะไรที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ได้แน่ๆคือ มีเวลามากขึ้น สื่อสารกันมากขึ้น และคาดว่างานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน ไว้จะมารายงานผลให้ทราบต่อๆไปครับ ดูรูปบรรยากาศกันเลยดีกว่า

ช่วยกันขนของลงรถ

น้องนักข่าว/ตากล้องอยู่คอนโด

ลิฟท์อยู่ทางนี้

คำเตือนน่ากลัวแฮะ

จะรอดมั้ยวะเนี่ย 
คนนี้เขา advance เรายืนดูอย่างเดียว

เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว โคมไฟสวยดีนะน่าทำงาน

รายต่อไป พี่ปู แอดมินของเรา

ขับเองค่ะ สู้อยู่แล้ว

ถึงแล้ว บ้านร่มรื่นมาก เนื้อที่สามไร่กว่า

น้องหนุ่มโปรแกรมเมอร์มาช่วยติดตั้งคอมให้

เดินสำรวจบ้าน กว้างขวางมากจริงๆ

จะซื้ออะไรก็ปั่นจักรยานไป

ชิงช้าทำเอง ปู่ทำไว้ให้หลาน

เนื้อที่หลังบ้านปลูกสวน ทำไร่

ตัวบ้านถ่ายจากด้านหน้า

แน่ใจนะว่าโอเคแล้ว

ไหนปูลองนั่งทำงานดู ไม่มีปัญหาอะไรก็ลุยเลย

5 itong2go: June 2012 จากที่ได้ไปอ่าน blog ของคุณ @iPattt เรื่อง Virtual Office ก็เลยจุดประกายความคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมเราต้องทำเหมือนออฟฟิศอื่นๆด้วยล่ะ ในเมื่อเร...
Share this post!

Recommended Post

[Hong Kong] Fly direct from Chiang Mai and enjoy yourself at the Ocean Park

I plan this trip with supported from Hong Kong Express and Ocean Park Hong Kong who sponsored me and my family for airplane tickets and p...