5 ปีที่ไม่ดูทีวี มีผลกระทบอะไรบ้าง

ทำกิจกรรมเยอะมาก เรียกว่าเที่ยวตลอด
ถ้าจะบอกว่าห้าปีไม่ดูทีวีเลยซักนิดเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่ครอบครัวเราทำก็คือตัดทีวีออกไปจากชีวิตประจำวันมากกว่า คือ ที่บ้านเราไม่มีทีีวี ก็เลยไม่ได้ดูทีวี และส่งผลให้ไม่คิดอยากจะดูทีวีในที่สุด ค่อนข้างจะสวนทางกับคนทั่วไปที่ก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจดูทีวีนัก แต่ก็เปิดไว้เป็นประจำทำเป็นกิจวัตร เช่น ในตอนเช้าดูข่าวฟังข่าว

ก่อนจะหาว่าผมประสาทแดกอะไรกับทีวี อ่าน เด็กกับทีวี ก่อนครับ

เล่นๆๆๆๆๆ
1. เหงาเล็กน้อย - ในช่วงแรกที่ไม่มีทีวีมันก็จะแปลกๆนะ ปกติเราจะเปิดอะไรทิ้งไว้ ตาไม่ดูก็ยังได้ยินเสียง อันนี้มันเงียบไปเลย ทำให้ต้องฟังเสียงกันเองมากขึ้น ฟังเสียงลูกมากขึ้น

2. ไม่ติดรีโมท - คนดูทีวีจะติดรีโมท ชอบหาไม่เจอ ผมก็เหมือนกัน ตอนนี้ไม่ติดละ ไม่ต้องใช้มัน ยิ่งสมัยนี้ไปบ้านญาติ พบว่ามีรีโมทเพิ่มขึ้นหลายอัน ทั้งรีโมททีวี รีโมทกล่องต่างๆ กดๆๆๆ โอยวุ่นวายน่าดูนะ

3. มีเวลามากขึ้น - อันนี้ยืนยันนอนยันได้เลย ถ้าใครบอกไม่มีเวลา ลองเอาทีวีออกไปจากบ้านดู เวลาคุณจะงอกมาเลย เหลือเวลาให้ไปทำอะไรๆเยอะ

4. ลูกจะกวนมากกว่าเดิม - ใช่แล้ว ก็เพราะไม่มีทีวีคอยสะกดจิต เขาก็จะอยากเล่น ลูกสองค่อยยังชั่วเพราะเล่นกันเองบ้าง ถ้าลูกคนเดียวพ่อแม่ก็ต้องเสียสละหน่อย คิดในแง่ดี เขาอยู่กับเราวัยเด็กไม่นาน เดี๋ยวโตก็ไม่อยากเล่นกับพ่อแม่แล้ว

5. คุยกับคนไม่รู้เรื่อง - เวลาเขาพูดเรื่องละครกันนะ เราก็จะงงๆ เหนือเมฆอะไรแว้ กุไม่รู้จัก ดีครับ ไม่เห็นจะตาย ไม่รู้สึกอายนะครับ มีคนถามว่าไม่กลัวลูกคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องหรอเพราะไม่ได้ดูทีวี ผมตอบว่าไม่กลัว ที่กลัวว่าจะคุยไม่รู้เรื่องคือไอ่เด็กที่พ่อแม่ให้ดูทีวีทั้งวันมากกว่า สมงสมองฝ่อหมด

6. ไม่อยากผิวขาว และไม่อยากกินชาเขียว - สาบานได้ทุกครั้งที่ได้ดูทีวี (บางทีก็ไปบ้านคนอื่น) โฆษณามันก็วนเวียนอยู่กับครีมผิวขาว ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้ชายไทยชอบสาวผิวขาว และสาวๆก็อยากผิวขาว เพราะเชื่อว่าขาวแล้วจะสวย คนจะชอบ ก็โฆษณากันมาแบบนี้กี่ปีแล้ว ทั้งที่ความจริงแล้ว ผิวแบบไหนๆก็สวยทั้งนั้น อย่าบ้ากันไปหน่อยเลย ไอ่ชาเขียวนี่ก็อีก จะกินกันจนท้องแตกตายเลยหรือไงฟะ ส่งฝาลุ้นโชคกันไม่จบสิ้น การตลาดบ้าๆบอๆทื่อๆหวังรวยทางลัด ยังใช้ได้เสมอกับเมืองไทย

7. ประหยัดค่าไฟ - ชัวร์สิครับ ไม่เปิดก็ต้องประหยัดอยู่แล้ว ไปเปลืองค่าแอร์แทน เพราะเด็กๆพอเล่นมากๆมันจะร้อนและมาขอเปิดแอร์ห้องนอนเล่นกันต่อ เอาเลยลูก ลุย

8. ประหยัดค่าทีวี/อัพเกรดทีวี - ไปเดินตามห้างขายเครื่องใช้ไฟฟ้า พบว่าทีวีแบบอ้วนไม่มีแล้วนะ มีแต่แบบผอมบางแบน เท่านั้นยังไม่พอ มีแบบสามมิติด้วย โว้วว อะไรจะขนาดนั้น แพงเหมือนกันนะถ้าแบบล่าสุด ภาพก็ชัดสวยดี ถ้าซื้อผมจะเอาแบบใหญ่ๆเลย ชอบดูหนัง แต่รอเวลาก่อน ให้ลูกโตก่อนนะ สรุปคือ ห้าปีมานี้น่าจะประหยัดไปได้หลายหมื่นบาทอยู่ เอามาซื้อของเล่นให้ลูก เอามาทำอะไรได้อีกได้เยอะ

9. ลูกพูดเก่งขึ้น - เพราะไม่ต้องนั่งนิ่งใช้ตาดูอย่างเดียว ต้องใช้หู ปาก มือ เท้า ในการเล่น การวิ่ง การร้องขอสิ่งต่างๆ ที่สำคัญ เขาไม่ได้พูดเก่งแบบเด็กดูทีวี เรียกว่าพูดได้สมวัยเด็ก เจื้อยแจ้วเลยทีเดียว

10. พัฒนาการของลูกดีขึ้น - เมื่อเทียบกับเด็กที่ดูทีวี พบว่าเด็กที่ไม่ดูทีวีมีแนวโน้มสื่อสารได้คล่องแคล่ว มั่นใจ กล้ามเนื้อมัดเล็กใหญ่ถูกใช้งาน มีสมาธิดีกว่า ไม่ก้าวร้าวเล่นชกต่อยรุนแรง แต่จะรู้จักเล่นอะไรที่สร้างสรรค์ รู้จักใช้จินตนาการ

นับไปมา ก็ครบสิบข้อแล้ว มั่วบ้างแถบ้างแต่ก็เป็นความจริงนะ ว่าที่จริงผมไม่ได้แอนตี้สื่อเลย มันเป็นอาชีพของผมด้วยซ้ำ ผมมีทีมงานที่ถ่ายทำวีดีโอ ออนไลน์บนเน็ต มี Channel on Youtube ด้วย และโดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบดูหนังมาก เรียกว่าดูเป็นชีวิตเลย แต่ต้องดูโรงนะ ไม่ค่อยชอบดูจอคอม ทั้งเรื่องการตลาด การโฆษณา ก็ล้วนเป็นอาชีพผมทั้งสิ้น

ในแนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟ เราจะให้เด็กได้เริ่มใช้สื่อ หรือเริ่มดูทีวีเมื่อเข้าสู่เกรด 7 หรือประมาณ ม. 1 คือเมื่อเขาเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ผมเชื่อมั่นในแนวทางนี้และเมื่อทดลองทำก็เห็นว่ามีประโยชน์กับลูกมาก

ความฝันผมคือ อยากมีห้อง home Theater แบบสุดเจ๋งทั้งภาพและเสียง จะนอนดูหนังทุกวัน ซึ่งผมทำแน่นอนเพียงแค่รอเวลาลูกเติบโตในวัยที่เหมาะสม และเราจะนั่งดูไปพร้อมๆกัน

ตอนนี้ยังเด็ก เล่นดินเล่นหินไปก่อนนะลูก

5 itong2go: March 2013 ทำกิจกรรมเยอะมาก เรียกว่าเที่ยวตลอด ถ้าจะบอกว่าห้าปีไม่ดูทีวีเลยซักนิดเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่ครอบครัวเราทำก็คือตัดทีวีออกไปจากชีว...

อนิจจา ข้อเท็จจริงประเทศไทย - in fact, what a poor Thailand...

ประเทศเล็กๆ ที่อินดี้มาก ของดีมากมาย ปัญหามากเกิน
เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมุติ ผู้รู้ท่านหนึ่งได้บอกมา

เขาบอกว่า ประเทศไทย ถ้าคุณอยากได้งานจากราชการ ก็ให้เตรียมใจเรื่องใต้โต๊ะไว้เลย เขาไม่เคยเชื่อเพราะไม่เคยรับงานราชการและเชื่อว่าแม้ไม่มีใต้โต๊ะก็ต้องทำงานได้ สุดท้ายมันจริงยิ่งกว่าจริง คือ ไม่มีใต้โต๊ะก็จะถูกกันออกจากวงสนทนาตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ถ้าคุณรับเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คนอื่นที่พร้อมจะคุยยังมีอีกเยอะ

และหากคุณหลงเออออเข้าไปนั่งฟังกับเขาได้ ก็จะพบว่า เนื้อหารายละเอียดงานได้ถูกยกขึ้นมาพูดน้อยมาก เรื่องที่ถูกพูดตลอดเวลาคือ

- เงินทอนเท่าไหร่
- ท่าน (สูงสุด) ได้กี่% (20%>)
- ผู้วิ่งเต้นได้เท่าไหร่
- เข้าสายไหน
- ผู้ใหญ่สนับสนุนหรือไม่
- บริษัทที่ทำเข้าเกณฑ์หรือไม่

ไม่ได้ถามเลยว่าสเป๊กงานแบบนี้ทำได้หรือเปล่า เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะใครก็ทำได้ งานมันถูกล๊อกสเป๊กมาอยู่แล้ว เอาเสาไฟฟ้าหรือเอาควายมาทำก็ได้ ที่สำคัญ ทั้งหมดนี้ ไม่ผิดกฎหมายด้วย ถูกต้องทุกอย่าง ตรวจสอบได้ ราคาเป็นราคากลางจากระบบจัดซื้อจัดจ้าง มีใบเสร็จถูกต้องทั้งหมด มันน่าเศร้าก็ตรงนี้

ความจริงเกี่ยวกับประเทศไทยก็คือ
1. ระบบราชการเน่าเฟะไปแล้ว ทุกส่วนกินและหาทางจะกินกันทุกระดับ อีแร้งเรียกพ่อ
2. การบริหารงานแผ่นดินใช้ระบบราชการเป็นหลัก ซึ่งดำเนินงานโดยใช้ภาษีประชาชน
3. การทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นทุกยุคสมัย ทุกรัฐบาล ว่าที่จริงทุกเวลาด้วยซ้ำ
4. ไม่มีคนดีจริงอย่างที่คนไทยไฝ่ฝัน
5. ระบบที่เสียมันเยอะเกินเยียวยา คนคิดต่อต้านสู้ไม่ได้ก็ต้องเข้าร่วม
6. คนคิดว่ากินเงียบๆก็ยังดีกว่าไปขวางเขา อย่างน้อยก็รู้สึกผิดนิดเดียว ถ้ากินมากอาจรู้สึกผิดมาก
7. เอกชนเมืองไทยที่เอาตัวรอดได้ถือว่าเก่งมาก ระบบไม่ได้สนับสนุนเลย
8. อาชีพที่ไม่ได้ยุ่งกับใคร ไม่ซื้อขาย ไม่ติดต่อราชการ ดีที่สุด
9. งานที่คุณทำและผลงานของคุณ ไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณเป็นคนของใคร สายไหน
10. ประเทศนี้นับถือคนมีเงิน รวยเร็ว รวยมาก อำนาจบารมีล้นพ้นเป็นสำคัญ
11. เหตุผลเป็นเรื่องรอง ความเชื่อนมนานและการบอกต่อๆกันมาสำคัญกว่า
12. คนไทย อ่าน และ คิด เองน้อยมาก ชอบอะไรที่ง่ายๆ มักง่าย
13. ทุกคนอยากรวยเร็ว อยากมีรถขับ
14. ใช้ชีวิตทันสมัย แต่ความคิดความอ่านล้าสมัย
15. สายตาสั้น มองอะไรสั้นๆ วางแผนยาวไม่เป็น
16. ชอบผลักภาระความรับผิดชอบให้คนอื่น ตัวเองจะรับถูก ผิดไม่รับ
17. พวกมากลากไป อยู่คนเดียวหงอ ทำอะไรไม่เป็น
18. ไม่กล้าถามต่อหน้า แต่นินทาได้ทั้งวัน
19. ไม่ยอมรับความคิดต่าง ถือว่าเป็นศัตรู อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
20. รักใครก็รักไม่มีเหตุผล เกลียดก็เหมือนกัน
21. ภูมิใจในตัวเองแบบผิดๆ และก็อ้างว่า ไท แปลว่า อิสระ
22. รักลูกแบบผิดๆ คิดแทนลูก
23. เลือกที่รัก มักที่ชัง
24. ถ้าเป็นคนของเรา เขาต้องไม่ผิด
25. ผิดก็วิ่งเต้นได้ ทุกอย่างแพ้อำนาจเงิน
26. อย่าได้ถามหาความยุติธรรม
27. คุกมีไว้ขัง คนจนกับหมา ถ้าคุณติดคุกก็เลือกเอาว่าจะเป็นอะไร
28. ผู้รักษากฎหมายก็อ้างว่า เขาก็เป็นคนเหมือนกัน
29. ถูกต้องแล้ว ทุกคนล้วนเป็นคนเหมือนกัน จำไว้
30. มักบอกคนคิดต่างว่า ไม่พอใจก็ย้ายไปอยู่ประเทศอื่นเลย (แต่กูไม่ไปไหนทั้งนั้น)

สหายผู้รู้ท่านนั้นได้เข้ามาอ่านและบอกว่า จบได้แล้ว เก็บไว้ต่อตอนอื่นบ้าง
5 itong2go: March 2013 ประเทศเล็กๆ ที่อินดี้มาก ของดีมากมาย ปัญหามากเกิน เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมุติ ผู้รู้ท่านหนึ่งได้บอกมา เขาบอกว่า ประเทศไทย ถ้าค...

โรงเรียนลูกผมให้เด็กประถมเดินป่า

มาแต่เช้าก่อนเวลานัด ตื่นเต้นมากทั้งพี่ทั้งน้อง (น้องไม่ได้เดิน)
 จำความรู้สึกตอนเด็กได้ไหม ถ้าจะได้ไปเดินป่ามันสุดยอดขนาดไหน สมัยผมก็ต้องรอวันไปเข้าค่ายลูกเสือ คนเป็นร้อยๆ มีบ้างไหมจะได้ไปกับกลุ่มเพื่อนสนิท กับคุณครูประจำชั้น ไปโดยที่ไม่ต้องรอตอนโต มีแล้วครับ โรงเรียนฟ้ากว้างนี่แหละ จัดกิจกรรมเดินป่า (Hiking) สำหรับเด็กประถม โดยเป็นการเดินป่าแบบครึ่งวัน ส่งเช้ามารับกลับบ่าย เป็นหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียน เด็กอนุบาลยังไม่ได้เดินป่า

นี่คือจดหมายที่ฝากเด็กมาให้ผู้ปกครองช่วยเตรียมตัว และแจ้งกำหนดการ
มาถึงยังไม่มีใคร พี่น้องเล่นกันไปก่อน ในกรงคือนกพูดได้
เพื่อนๆเริ่มทยอยมา ถ่ายรูปกันหน่อยพวกเรา มีเด็กอนุบาลหลงมาหนึ่งคน
ถ่ายรูปหมู่ก่อนออกเดินทาง 
ไปละครับ พวกเราลุยๆๆๆ ผจญภัยกัน
 ก็ไม่ได้เดินป่าจริงจังอะไรหรอกครับ แต่สำหรับเด็กๆ มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่มาก เด็กทุกคนตื่นเต้นและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี พ่อแม่ก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย ข้อดีของโรงเรียนทางเลือกหรือโรงเรียนเล็กๆมันคือ จัดกิจกรรมได้หลากหลายโดยคำนึงถึงเด็กเป็นหลัก ที่สำคัญ ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด จ่ายค่าเทอมครั้งเดียวจบจริงๆ อันนี้ยอมรับว่าดีมาก ถ้าคำนวนดีๆอาจจะถูกหรือเสียน้อยกว่าโรงเรียนใหญ่ๆที่เก็บค่านั่นนี่จุกจิกด้วยซ้ำไป

สถานที่เดินป่าก็ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ดอยสุเทพ อยู่ตรงศูนย์อบรมธรรมมะวัดอุโมงค์ ขี่รถไปจนสุดทางก็จะเจอ ไม่เสียเงินค่าเข้าด้วย เขาว่ากันว่า ทางนี้จะไปทะลุกับวัดอุโมงค์ได้ แต่ผมก็ไม่เคยไปเดินเหมือนกัน เด็กๆก็ไม่ได้เดินไปถึงวัดอุโมงค์ ไปแค่ถึงน้ำตกแล้วก็เดินกลับ

แต่ว่าปีนี้ไม่มีน้ำตกก็เลยอดเล่นน้ำ ได้ทานข้าวที่โรงเรียนจัดไปให้พร้อมผลไม้ กลับมายังคึกกันต่อด้วยการปีนต้นไม้เป็นลิงกันหมด เชื่อเลยว่าคงสนุกและได้อะไรดีๆกลับมาเป็นประสบการณ์ชีวิตนะลูก

สนใจการศึกษาแนววอลดอร์ฟ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WEBSITE และติดต่อตามนั้นได้เลยครับ

ต้นไม้นี้ออกผลเป็นลิงหรือยังไงกัน ลูกลิงเต็มไปหมด :-)
5 itong2go: March 2013 มาแต่เช้าก่อนเวลานัด ตื่นเต้นมากทั้งพี่ทั้งน้อง (น้องไม่ได้เดิน)  จำความรู้สึกตอนเด็กได้ไหม ถ้าจะได้ไปเดินป่ามันสุดยอดขนาดไหน สมัยผมก็ต้...

คนรวยเขาทำอะไรกัน - ปลูกต้นไม้ ดอกไม้และผักสวนครัว

ผักสลัด ปลูกเองหลังบ้าน งอกงามมาก
 อันนี้มาจากการสังเกตุนะครับ คนรวยที่ผมรู้จัก เขาจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ผักต่างๆกันทั้งนั้นเลย ตัวผมเองยังไม่รวยหรอกครับ แต่อยากรวยก็เลยต้องทำพฤติกรรมตามคนรวยเขาบ้าง ปรากฎว่าได้ผลดีมีความสุข สนุกสนานนะครับการปลูกผักหญ้าเองเนี่ย
มะเฟืองน้อย กินได้ครับ หวานดีด้วย
วิเคราะห์พฤติกรรม ทำไมคนรวยต้องปลูกอะไรๆเอง
1. เป็นการฝึกนิสัยการลงทุนระยะยาว - คนรวยเขาลงทุนยาวครับ ไม่ได้คิดรวยเร็วรวยทางลัดแบบคนจน การปลูกต้นไม้เพื่อเอาผลหรือแม้แต่เอาร่มเงานั้นไม่มีทางลัด (ยกเว้นซื้อแบบล้อมมาปลูกเลย) ก็ต้องปลูกมันตั้งแต่วันนี้ เพื่ออีกไม่น้อยกว่าสองสามปี มันถึงจะเห็นผล ก็น่าชื่นใจอยู่ครับ ขนาดไม่ถึงสองสามปี ถ้าต้นไม้มันดีจริง มันก็ทยอยให้ผลแล้ว

2. ใช้ประโยชน์จากที่ดินสูงสุด - ความรวยนี่มันเกิดจากนิสัย นิสัยที่จะทำให้รวยได้ถึงจะทำให้คนรวย นอกเหนือจากนี้เป็นความฟลุ๊คล้วนๆ คนรวยที่ผมรู้จักเขาใช้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่มี เช่น แม้บ้านจะแคบ เขาก็ยังหาที่ปลูกผัก ดอกไม้จนได้ ไม่ว่าจะใส่กระถางหรือลงดิน เขาก็ปลูกมันจนได้ คนเหล่านี้ไม่มองข้อจำกัดของสิ่งที่มี เขามองเห็นช่องทางเสมอ 

มะม่วงออกดอกเยอะมาก น่าจะเป็นมะม่วงแรด ต้นเล็กนิดเดียว ดอกเยอะไปไหน

ต้นลูกหว้าครับ ใครรู้จักมั่ง ผลสีม่วง ต้นใหญ่ให้ร่มเงา ซื้อมาแพงหน่อยโตประมาณสองเมตร

มะละกอปลูกง่ายครับ ทานสุกก็ดี ดิบเอามาทำส้มตำ
ดอกกุหลาบ รูปจากบ้านเพื่อนคนรวยครับ ปลูกเป็นงานอดิเรก จนรู้จริงไปแล้ว credit photo @sobthana
ลองปลูกแบบล้มลุกดูบ้าง สวยครับ แต่ตายไว ต้นกล้วยด้านหลังกำลังงามครับ กล้วยไข่

รูปจากบ้านคนรวยอีกคน ปลูกตะไคร้เองเลยครับ credit photo @vivitawin
อันนี้เขาว่าคะน้ายอด ไม่เคยปลูก ว่าจะลองมั่ง credit photo @vivitawin
3. ช่วยประหยัด - คือผมสังเกตุว่าคนรวยเหล่านี้ก็ไม่ได้จะปลูกผักกินเอง 100% อะไรหรอกครับ เขาใช้ชีวิตกินดื่มปกติ ซื้อของ Super market แบบคนชั้นกลาง ค่อนข้างจะใช้เงินเยอะด้วยซ้ำ แต่การปลูกผักเหล่านี้ ช่วยในเวลาที่ของขาด เช่น พริกหมด กะเพราหมด มะนาว ใบมะกรูด หรือแม้แต่ผลไม้ ก็เด็ดกินจากต้นได้เลย การที่ต้องขับรถออกจากบ้านไปตลาดเพื่อซื้อพริกห้าบาท เป็นการกระทำที่สิ้นคิดมากสำหรับคนรวยเหล่านี้

4. สอนลูกและคนในครอบครัว - การสอนที่ดีที่สุดคือ การทำให้ดูเป็นแบบอย่าง ปัญหาของลูกคนรวยคือ การไม่เคยลำบาก ทุกอย่างใช้เงินซื้อได้ ดังนั้น การสอนให้เขารู้จักทำอะไรด้วยตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการสอนให้รู้ว่า ผลผลิตจากดินมันงอกเงยได้ เงินไม่ใช่ทุกอย่าง เด็กๆจะได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเอง รู้จักเฝ้ารอ ไม่ใช่ใจร้อนด่วนได้ไปหมด

5. รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์และอยู่บ้านให้มากขึ้น - ยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งตระหนักถึงข้อจำกัดของเวลา เพราะแม้คนเราจะมีเงินไม่เท่ากัน แต่ก็มีเวลา 24  ชั่วโมงต่อวันเท่ากันอยู่ดี คนรวยเขาจะตระหนักถึงสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ และให้ความสำคัญกับการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะกับครอบครัว คนเหล่านี้จะจัดสรรเวลาให้ดีที่สุด เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เงิน แต่คือเวลา โดยเฉพาะเมื่อได้ทำอะไรร่วมกันเช่น การปลูกต้นไม้ ปลูกผัก นั่นเอง

ถ้าอยากรวยวันหน้า วันนี้ให้เริ่มปลูกอะไรๆและเอาใจใส่มันดูนะครับ
5 itong2go: March 2013 ผักสลัด ปลูกเองหลังบ้าน งอกงามมาก  อันนี้มาจากการสังเกตุนะครับ คนรวยที่ผมรู้จัก เขาจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ผักต่างๆกันทั้งนั้นเลย ตัวผมเองยั...

ซ่อมบ้านเองมันก็สนุกเหมือนกันนะ

บ้านสวยถ้าเราช่วยกัน
นอกเรื่องไปแคนาดาสักเล็กน้อย เอาเรื่องบ้านนี่แหละ เดิมผมไม่ค่อยใส่ใจบ้านนัก เพราะคิดแต่เรื่องจะไปอยู่เมืองนอก ยังไงบ้านที่นี่ก็ต้องขายอยู่แล้ว ผมมีสองหลัง ขายไปแล้วหนึ่งเพราะไม่อยากยุ่งยากตอนจะเดินทางไป เหลืออีกหนึ่งหลังไว้อยู่เพื่อรอวันขาย จึงไม่ได้ใส่ใจนักเพราะไม่คิดจะอยู่นาน

แต่บ้านก็คือบ้าน ซื้อมาแพงไม่รักษาดูแลก็กะไรอยู่ คิดๆดู เราผ่อนเดือนนึงก็แพง มันก็อยู่ดีนอนหลับสบายอย่างกับโรงแรม คิดค่าผ่อนรายเดือนมาเป็นรายวันละก็ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับไปนอนรีสอร์ท อะไรๆที่เคยปล่อยมันเสียไม่ดูแล ก็ดูมันสะหน่อยดีมั้ย

ตัดหญ้าให้เรียบร้อยก็ได้ใช้สนาม
1. หลอดไฟ - เดิมมันมีขาดไปหลายหลอด ผมไม่ยอมแม้จะเปลี่ยนมันเอง ที่จริงก็ทำได้นะแต่ไม่อยากทำ พอคิดว่าจะไปจ้างคนมาแค่เปลี่ยนหลอดมันก็เสียดายเงินนะ ลองทำดู ให้ลูกเห็นด้วยว่าบางอย่างก็ซ่อมได้ ก็ไม่ยาก ได้เรียนรู้เรื่องความสว่างกับจำนวนวัตต์ด้วย ง่ายครับ ถูกด้วย ซื้อหลอดที่โลตัสเลย

2. น้ำรั่ว - มันมีปัญหามากเลยกับเรื่องนี้ ผมไม่ชอบพื้นห้องน้ำเปียกๆ  ทำไมจะต้องตีนเปียกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ พอมันรั่วก็หงุดหงิดเพราะทำไม่เป็น ไม่เป็นไร พิสูจน์ให้แน่ใจว่ามันรั่ว คือ น้ำมันจะหยด บางทีมันรั่วแบบใต้ดินก็มีนะ ให้ปิดก๊อกให้หมด แล้วเปิดปั๊มน้ำ ถ้ามันยังทำงานก็นั่นแหละ มันปั๊มไปให้ใคร เรียกช่างมาเลย ถ้าบ้านซื้อใหม่ให้แจ้งหมู่บ้าน เขาจะมาดูให้ ถ้าไม่มาให้ขู่ว่าจะประจาน รับรองมาแน่นอน

3. ปั๊มน้ำ - อันนี้ซ่อมยากนะ ต้องเรียกช่าง พอช่างมาให้ไปดูกับเขาด้วย มันซ่อมโคตรง่าย อาการคือปั๊มมันดูดแล้วมันก็ตัด ดูดตัดๆๆๆ แต๊กๆๆๆๆๆตลอด คือมันควรจะดูดไปตลอดเวลาที่เราเปิดก๊อก ไม่ใช่อยากตัดก็ตัดเอง วิธีแก้คือ เปิดฝาครอบออกมา จะเห็นเครื่องในมันอย่างในรูป มองหาฝาครอบกลมๆ ไขออกมาอีกที จะเห็นเหมือนสปริงและมีน๊อตไขกดทับข้างบน อันนั้นแหละคือตัวตั้งตัดช้าเร็ว ลองเปิดน้ำจะเห็นมันตัดแต๊กๆๆๆ เอาไขควงค่อยๆไขเข้าไป จนมันหยุดตัด ปิดน้ำดู ถ้าไขลึกเกินมันจะค้างไม่ยอมตัด ก็ไขถอนออกมาหน่อย ร่วมมือกับลูกจะสนุกมาก ภาคภูมิใจ

ถอดเปลือกแล้วจะเห็นหน้าตาแบบนี้ ปั๊มเล็กแต่ก็แรงดีอยู่นะ
4. เครื่องทำน้ำอุ่น - อันนี้จะประจานความโง่ของตัวเองให้ฟัง คือเราไม่รู้ เครื่อง hitachi อย่างดีเลย ติดเมื่อหน้าฝนปีที่แล้ว ก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไปอาบห้องน้ำอื่นกันหมด พอจะมาใช้บ้างก็เอ๊ มันไม่ติดแหะ ไฟไม่เข้าเลย โทรเรียกช่างมา อีกวันเขาก็มาดู เราก็ไปดูด้วย เขาเห็น braker มันถูกดึงลงมา ก็ดันกลับเข้าไป แค่นั้นมันก็ติดแล้ว ฮือๆๆ เสียเงินฟรีเลยสองร้อยห้าสิบค่ารถช่าง สรุปคือ เด็กๆคงมาเล่นแล้วดึงตรงป้ายห้อย เบรกเกอร์ก็เลยถูกดึง เครื่องเลยไม่ทำงาน ดีละ ถือว่าได้เรียนรู้

5. ซ่อมติดตั้งกลอน ประตูต่างๆ - เสริมระบบความปลอดภัยของบ้านด้วยกลอนต่างๆ จะได้นอนหลับอุ่นใจ ไปเลือกซื้อที่ห้างขายของแต่งบ้านได้เลย เอาแบบที่ชอบราคาพอสมควร ถูกเกินไปของมันง้องแง้ง และควรมีสว่านสักอันนึง เอาหัวไขควงมาใส่ โอ้ ช่วยได้มากเลยเวลาจะติดตั้งอะไร ไม่ต้องมาบิดเองให้เมื่อยมือ ติดตั้งเสร็จลองล๊อกดู นอนหลับสบาย

6. ตัดแต่งต้นไม้ ปลูกผัก - เก็บกวาดสนาม กิ่งไม้ใบไม้ เดินเล่นรอบบ้าน ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ มอบหมายให้ลูกๆไปคนละต้นสองต้น ให้เขาดูแลของเขา เราทำให้ดูเป็นอย่าง ต้นไม้เติบโตขึ้นพร้อมกับเด็กๆ เป็นภาพที่น่าประทับใจ

เหนือกว่าสิ่งอื่นใด คือ ลูกๆได้ช่วยทำงานด้วย ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่เขาจะรู้สึกสนุก ดีใจที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ใช่ว่าอะไรๆก็จ่ายเงินๆให้คนมาซ่อม บางอย่างทำเองก็สนุกสนานดี ถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ใช้เวลากับครอบครัวอย่างมีคุณภาพด้วย ลองไปใช้กันดูครับคุณพ่อบ้านทุกท่าน
5 itong2go: March 2013 บ้านสวยถ้าเราช่วยกัน นอกเรื่องไปแคนาดาสักเล็กน้อย เอาเรื่องบ้านนี่แหละ เดิมผมไม่ค่อยใส่ใจบ้านนัก เพราะคิดแต่เรื่องจะไปอยู่เมืองนอก ยังไง...
Share this post!

Recommended Post

[Hong Kong] Fly direct from Chiang Mai and enjoy yourself at the Ocean Park

I plan this trip with supported from Hong Kong Express and Ocean Park Hong Kong who sponsored me and my family for airplane tickets and p...